ฟันที่ผู้คนเพียงกล่าวถึงแต่ผลประโยชน์ คนเช่นศิษย์พี่ใหญ่ที่เพียงไล่ตามศรัทธาความเชื่อในหัวใจตน เรียกได้ว่ามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เหวยเสิ้งวาดกระบี่โลหิตในมือขึ้นอย่างช้าๆ
ผู้อาวุโสสูงสุดสั่นศีรษะ “ทารกน้อย เจ้ามิใช่คู่มือของเราผู้เฒ่า”
“ข้ารู้” เหวยเสิ้งกล่าวเสียงขรึม “แต่หากไม่ทดลองดู จะมีบางสิ่งที่ข้าไม่มีทางล่วงรู้ไปตลอดกาล”
ผู้อาวุโสสูงสุดเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวว่า “เคราะห์ดีที่เจ้าไม่ใช่ศิษย์คุนหลุน”
เหวยเสิ้งก็ไม่ได้ถามว่าประโยคนี้มีความหมายอย่างไร พลังเทพในกายถูกเร่งเร้าไปถึงขอบเขตสูงสุด ดวงตาขรึมเคร่ง กระบี่โลหิตประหารเทพที่ยกขึ้น พลันแทงตรงเข้าหาผู้อาวุโสสูงสุดอย่างหักโหม!
กระบี่นี้ปราศจากความพิสดารอันใด ไม่มีท่วงท่าพลิกแพลงเปลี่ยนแปลง เพียงแทงตรงอย่างเรียบง่ายอันเป็นท่วงท่าพื้นฐาน ประหนึ่งศิษย์ใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มฝึกกระบี่ก็มิปาน!
ทว่าท่ากระบี่ที่เรียบง่ายและธรรมดาสามัญที่สุดนี้ กลับหมดจดงดงามสุดเปรียบปาน เต็มไปด้วยความสมบูรณ์พร้อมที่ไม่อาจบ่งบอกบรรยายได้
ภายใต้ท่ากระบี่อันรวบรัดเรียบง่ายนี้ ราวกับว่าสีสันทั้งมวลในโลกหล้าถูกกลืนหายไปหมดสิ้น
กระบี่โลหิตประหารเทพในมือเหวยเสิ้งเปล่งเสียงครางกระหึ่มอย่างลิงโลดยินดี
เสียงคำรามอันพิเศษเฉพาะนี้คล้ายแทรกผ่านเข้าไปยังส่วนลึกใต้พื้นปฐพี ทั้งค่ายเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ
ผู้คนที่กำลังรบราฆ่าฟันกันอยู่ด้านล่าง ล้วนพากันมองดูเหวยเสิ้ง