การต่อสู้ระดับนี้ พลังของพวกมันไม่มีคุณค่าความหมายใดลำพังแรงกระแทกสะท้อนจากการปะทะกันของเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ ก็หาใช่สิ่งที่พวกมันจะต้านรับเอาไว้ได้
เพียงความมุ่งมั่นไม่มีส่วนช่วยอันใด
ในค่ายทัพขนาดย่อมแห่งนี้ จำนวนปรมาจารย์ยุทธ์แทบบรรลุถึงขั้นน่าแตกตื่นสะท้านใจ การต่อสู้ดุเดือดรุนแรงสุดเปรียบปาน คลื่นกระแทกในอากาศกล้าแข็งดุจแผ่นเหล็ก กระแทกทำลายพื้นที่ซ้าๆ ราวกับไถพรวนก้อนศิลาไม่ว่าใหญ่โตปานใดล้วนไม่อาจรอดพ้นชะตากรรม ทีแรกแตกแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นถูกบดขยี้เป็นผุยผง
เสียงปะทะเร่งร้อนไม่หยุดยั้ง เสียงระเบิดต่อเนื่องตามกันแทบไม่เว้นช่องว่าง
มีเพียงจุดเดียวในค่ายทัพซึ่งเงียบสงบอย่างน่าหวั่นใจ ปราศจากสุ้มเสียงสำเนียงใด
นั่นเป็นตำแหน่งใจกลางค่าย!
บนท้องฟ้าเหนือบริเวณใจกลางค่าย เงาร่างสามสายจัดขบวนเป็นรูปสามเหลี่ยม ล้อมกักผู้อาวุโสสูงสุดผู้ถูกปกคลุมอยู่ในอักขระเทพไว้ตรงกลาง
คนทั้งสี่เผชิญหน้ากันโดยไม่เอ่ยปากแม้สักครึ่งคำ สำหรับพวกมันการสนทนาเป็นสิ่งเกินจำเป็นไปแล้ว
จั่วม่อพลังเทพทะลักทลายออกมาไม่หยุดยั้ง ยุทโธปกรณ์เทพบนร่างนับว่าอ่อนด้อยเกินไป ไม่อาจทนรับพลังเทพสุริยันที่กล้าแข็งถึงขั้นนี้ได้กลายเป็นลูกไฟเล็ก ๆ หยดลงจากร่างจั่วม่อไม่ขาดสาย จั่วม่อครึ่งท่อนบนกลายเป็นเปลือยอก ทั่วร่างคล้ายปกคลุมด้วยชั้นของเหลวสีทอง มัดกล้ามสีทองเข้มหมดจดชัดเจน เต็มไปด้วยกำลังวังชา อักขระเทพสุริยันส