ียนเอ๋อร์ได้หรือไม่?”
“ไม่ได้แล้ว” หมี่วูขบริมฝีปากจนแทบห้อเลือด
จิ้นเสี่ยวอวี่อ้าปากคล้ายคิดกล่าวอันใด แต่กลับไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา ชั่วครู่ให้หลังใบหน้ามันทอแววหดหู่สิ้นหวัง
พวกมันทั้งคู่ต่างรู้แน่แก่ใจ ภารกิจคราวนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง!
“เพราะเหตุใดเจ้าสำนักซีเซวียนถลึงมองจงเต๋อ สองตาแดงฉานด้วยสายเลือด สารรูปไม่ต่างอันใดจากสัตว์ร้ายจนตรอก
จงเต๋อสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก “เจ้าไม่มีความสามารถ”
“ไม่จริง!” เจ้าสำนักซีเซวียนคล้ายเสียสติไปแล้ว แผดเสียงดังลั่น“ผู้ใดว่าข้าไม่มีความสามารถ?? หากท่านยินยอมเห็นพ้องกับเทียนหวน เราจะมีเวลาถึงสิบปี สิบปี! อาศัยเวลาสิบปีนี้ ซีเซวียนในมือข้าจะต้องทะยานขึ้นอีกครั้ง… …ไม่ผิดแน่… …”
จงเต๋อดวงตาไม่มีร่องรอยของความหวั่นไหวแม้แต่ชั่ววูบ “ซีเซวียนของเจ้ากับซีเซวียนในอดีต จะไม่มีอันใดแตกต่างกัน”
?” เจ้าสำนักซีเซวียนถลึงตามองจงเต๋ออย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วกรีดร้องโหยหวนปานจะคลุ้มคลั่ง “ซีเซวียนเมื่อครั้งกระโน้นกล้าแกร่งเกรียงไกรถึงเพียงไหน! หนึ่งในสี่มหาอำนาจ! ไม่มีผู้ใดกล้าตอแยเรา ศักดิ์ฐานะสูงส่งเหนือผู้ใด เพลิดเพลินไปกับอำนาจสูงสุดแห่งใต้หล้า… …”
จงเต๋อพลันกล่าวเสียงเย็นเยียบ “ดังนั้นอวิ๋นจีจึงต้องตกตายอย่างน่าอนาถ และข้าถูกส่งไปเฝ้าคุกภูตโลกันตร์ถึงห้าสิบปี”
เสียงร่าร้องดุจคลุ้มคลั่งของเจ้าสำนักซีเซวียนติดค้างอยู่ในลำคอ มันเหม่อมองจงเต๋อราวกับว่าไม