ส้นแบ่งเป็นป่าทึบแน่นขนัด ส่วนอีกฟากหนึ่งเป็นมหาสมุทรอันไพศาล ฟากหนึ่งเป็นแสงตะวันเจิดจ้าและยามทิวาอันร้อนระอุ อีกฟากหนึ่งคือพายุมหึมาอันคลุ้มคลั่ง
มวลเมฆดำทะมึน ม่านพิรุณหนาหนักที่เต็มไปด้วยลูกเห็บ โหมกระหน่าใส่ท้องทะเลอย่างไม่หยุดยั้ง น้าทะเลถูกลมพายุสุดเกรี้ยวกราดดึงสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายสิบลี้ อัสนีบาตคำรามกระหึ่มก้อง สายฟ้าแลบลั่นอยู่ในหมู่เมฆ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างหมู่เมฆากับห้วงวารีจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง
ทว่านอกจากบุกฝ่าไปข้างหน้า พวกมันก็ไม่มีหนทางอื่นอีก
“ตั้งค่ายกล! ทุกคนให้ความสำคัญกับตำแหน่งของผู้ที่อยู่ข้าง ๆ” จั่วม่อออกคำสั่ง จากนั้นคว้าตัวชิงเสี่ยวมาไว้ข้างกาย แล้วหันไปกล่าวกับจงหยู “ดูว่าสามารถใช้ไม้เท้าวิเศษสามปรากฏดึงดูดสายฟ้าได้หรือไม่”
จงหยูพยักหน้ารับรู้ ทุกผู้คนล้วนฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เสร็จสิ้นการตั้งกระบวนทัพค่ายกลในชั่วพริบตา เหวยเสิ้ง เขิงเหลียนเอ๋อร์และเหล่ายอดยุทธ์คนอื่น ๆ เข้าประจำตำแหน่งแกนหลักของค่ายกล
ในม่ออวิ๋นไห่ ไม่ว่าท่านจะมีพลังฝีมือระดับใด ท่านก็ต้องฝึกฝนกระบวนทัพค่ายกล กระทั่งเหวยเสิ้งก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ในความเห็นของจั่วม่อ ยอดยุทธ์ชั้นสูงที่สามารถผสานรวมเข้ากับกระบวนทัพค่ายกล คือผู้ที่สามารถเปล่งอานุภาพของตนออกมาได้ถึงขีดสุดเมื่อทำการสู้รบในระดับกองทัพใหญ่
นี่คือสิ่งที่มันลอกเลียนมาจากวิธีการต่อสู้ของเผ่าปิศาจ ในหมู่ปิศาจทั้งมวล แม่ทัพบัญชาการศึก