สีขาวพร่างเจิดจ้าเสียจนผู้คนต้องหรี่ตาลงโดยไม่รู้ตัว
ชั่วอึดใจให้หลัง เมื่อดวงตาของทุกผู้คนปรับเข้ากับแสงจ้าได้แล้วพวกมันในที่สุดค่อยเห็นภาพภายในตำหนักฤดูร้อน ถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดกันถ้วนหน้า
วิหารเทพปิศาจ
ร่างหนึ่งค่อย ๆ ลุกขึ้นจากบ่อโลหิต หากเหวยเสิ้งพบเห็นภาพนี้คงต้องประหลาดใจไม่น้อย ผู้ที่ขึ้นจากบ่อโลหิตนี้กลับเป็นอูเล่อ! อูเล่อเทพปิศาจลำดับห้าผู้ล้มลงดับดิ้นภายใต้คมกระบี่ของมันไปแล้ว กลับยังมีชีวิตเป็นปกติสุข
อูเล่อใบหน้าขาวซีด รอยยิ้มขมขื่นอยู่บ้าง
โหยวซือหย่าเค่อหัวร่อเบา ๆ “เจ้าไปพบพานผู้ใดเข้า ไฉนถูกทุบตีจนมีสารรูปน่าสังเวชถึงเพียงนี้?”
“เหวยเสิ้ง!” อูเล่อสีหน้าทอแววนับถือเลื่อมใส
ทุกผู้คนสีหน้าแปรเปลี่ยนทันที
“ข้าแทบไม่อาจเอาชีวิตรอดกลับมา” อูเล่อกล่าวอย่างหวาดหวั่นไม่คลาย “เหวยเสิ้งเป็นหนึ่งในเซียนกระบี่ที่กล้าแกร่งเกรียงไกรที่สุดอย่างแท้จริง! พลังฝีมือของมันร้ายกาจยิ่ง!”
“เมื่ออีกฝ่ายคือเหวยเสิ้ง เจ้ายังสามารถเก็บกู้ชีวิตกลับมาได้ ก็จงภาคภูมิใจเถอะ” โหยวซือหย่าเค่อกล่าวพลางเบ้ปาก
คนทั้งหมดในที่นั้นล้วนมีสีหน้าเห็นพ้องด้วย
อูเล่อแม้หน้าเผือดขาว แต่ดวงตาเจิดจ้าเป็นประกายทอแววพิสดารชนิดหนึ่ง “ในการประมือกับเหวยเสิ้ง ข้าค้นพบความเข้าใจมากมายภายในครึ่งปีนับจากนี้ พลังฝีมือของข้าจะต้องรุดหน้าไปอีกขั้นอย่างแน่นอน”
คนอื่น ๆ พอฟัง ล้วนมีสีหน้าปลาบปลื้มยินดี
อูเล่อเมื่อแข็งแกร่ง