ับความเป็นตายของมัน ทารกหมอกวิญญาณจ้องดูตาไม่กะพริบ ดูผิวเผินนกโง่คล้ายกระพือปีกไม่กี่ครั้ง แต่แท้ที่จริงแล้ว เท้าของนางก็ขยับเคลื่อนย้ายหลายครั้งชนิดที่แทบจะมองไม่เห็น
ผู้คนเมื่อบรรลุถึงระดับชั้นนี้ ไม่ว่าท่วงท่าที่ดูสามัญธรรมดาสักเท่าใดล้วนแฝงเร้นไว้ด้วยความลี้ลับพิสดารที่ยากจะเข้าใจ
ทารกหมอกวิญญาณใช้ความคิดอย่างหนัก สืบค้นในความทรงจำอันห่างไกลของตน มันดูเหมือนครุ่นคะนึงถึงบางสิ่ง
เปลวไฟเปรียบประดุจกรงขัง ถานซวีไม่ว่าเข่นฆ่าไปในทิศทางใด ก็ไม่อาจบุกฝ่าออกมาจากเปลวไฟได้ คล้ายกับว่าท่วงท่ากระพือปีกและท่าเท้าอันพิสดารของนกโง่ ก่อเกิดสนามพลังที่มองไม่เห็นขุมหนึ่งแผ่คลุมเปลวไฟเหล่านั้น
ถานซวีหลั่งเหงื่อโซมหน้า เริ่มแตกตื่นลนลานขึ้นมา
รอบกายมันห้อมล้อมไปด้วยเปลวไฟสีแดงฉาน ราวกับว่ามันอยู่ท่ามกลางทะเลไฟที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่ว่ามันจะโถมฝ่าไปในทิศทางใด เปลวไฟก็คล้ายจะยืดขยายออกไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
แปลกประหลาดเกินไปแล้ว!
จะต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่!
มันทราบชัดว่าตนเองติดอยู่ในหลุมพรางของศัตรู กองเพลิงนี้แน่นอนว่าเป็นหลุมพรางกับดักตั้งแต่แรก!
ไม่ว่ามันจะเร่งเร้าพลังเทพสักเท่าใด เพลงกระบี่ของมันก็มีแต่จมหายไปในเปลวไฟโดยไร้ร่องรอย
พลังเทพของมันสูญสิ้นไปด้วยระดับความเร็วอันน่าตระหนก หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ในไม่ช้ามันจะไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป
หากปราศจากพลังเทพคุ้มกาย เปลวไฟจะเผาผลาญมันเป็นเถ้าธุ