จั่วม่อเพิ่งจะเคยประมือกับต่อสู้ที่เข้มแข็งถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก
อีกฝ่ายคล้ายถือครองร่างกายที่ไม่มีวันดับสูญ ทะเลหมอกไร้ที่สุดจะคอยเยียวยารักษาอาการบาดเจ็บของมัน เมื่อเทียบกับยักษ์หมอกตนนี้แล้วตัวประหลาดหมอกอื่นๆ ที่จั่วม่อพบพานในห้องโถงหมอก ล้วนแต่ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง หน้าผีหมอกวิญญาณแต่ละตนราวกับขุนเขาย่อมๆ ที่หนักหน่วงสุดเปรียบปาน ใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปมา เปี่ยมไปด้วยพลังอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
หากมิใช่ว่าพลังเทพสุริยันเป็นดาวข่มของเผ่าหมอกวิญญาณ จั่วม่อเริ่มสงสัยว่าพวกมันจะสามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อในยามนี้จิตใจปราศจากความคิดฟุ้งซ่าน
เส้นใยสีเขียวในมือสะบัดพลิ้วโดยไร้การควบคุม จุดแสงที่ปลายดรรชนีของจั่วม่อทันใดนั้นแผ่ซ่านกลิ่นอายเก่าแก่และรกร้าง ราวกับทุ่งราบป่าเขากว้างไพศาลซึ่งทุกสรรพสิ่งเจริญงอกงามตามธรรมชาติปราศจากร่องรอยของชาติพันธุ์มนุษย์ มีเพียงพลังแห่งธรรมชาติอันเปี่ยมล้นสมบูรณ์
อักขระเทพตัวนี้มันไม่ทราบนามเรียกขาน อักขระเทพซึ่งมันยังไม่ทันจะรู้แจ้งอย่างสมบูรณ์ เมื่อจั่วม่อถูกไล่ต้อนสู่สถานการณ์จนตรอก อักขระนี้พลันท่วมท้นอยู่ภายในใจมัน
เส้นใยสีเขียวจู่ๆ ก็หดกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกเรียกหา
เส้นใยบางเบาเท่าเส้นผม กลับส่งเสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมสูงบาดหู
จั่วม่อจดจ่ออยู่กับการทบทวนความรู้สึกในครั้งนั้น ลำแสงที่ปลายดรรชนีค่อย
ไม่ว่าหน้าผีหมอกวิ