ญญาณตนใดหากกระทบถูกเส้นใยสีเขียว พลันแตกระเบิดเบา ๆ เส้นใยสีเขียวบางเฉียบเท่าเส้นผมคล้ายแฝงเร้นไว้ด้วยพลังอันน่าตระหนก เพียงสะบัดฟาดเบา ๆ กระทั่งหน้าผีหมอกวิญญาณที่ใหญ่โตมโหฬารที่สุดยังแหลกสลายเป็นผุยผง!
ภาพนี้น่าดูชมนัก
เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงระเบิดเบา ๆ ดังระรัว หน้าผีหมอกวิญญาณที่พุ่งดิ่งเข้าหาจั่วม่อล้วนถูกทำลายสิ้น ชั่วพริบตาที่พวกมันสลายไป เสียงกรีดร้องคร่าครวญอย่างวิปโยคของหน้าผีหมอกวิญญาณ บันดาลให้ผู้คนหนาววูบไปถึงขั้วหัวใจ
ทว่าจั่วม่อผู้ดื่มด่าอยู่กับอักขระเทพคล้ายไม่รู้สึกอันใด ภายในชั่วพริบตาเดียว เบื้องหน้ามันก็สะอาดหมดจด ไม่หลงเหลือหน้าผีหมอกวิญญาณแม้สักตนเดียว
ยักษ์หมอกถลึงมองเส้นใยสีเขียวเรืองแสง หลังจากตะลึงงันไปชั่วครู่ก็ร้องโพล่งออกมาอย่างแตกตื่น “เส้นชีพจรเขียว!”
เส้นชีพจรเขียว?
จั่วม่อไม่มีเวลาให้ครุ่นคิด สัมผัสจากปลายนิ้วมิใช่แค่เพียงความหนักหน่วงอย่างเดียว แต่เป็นความเจ็บปวดร้อนลวก คล้ายกับการเอาปลายนิ้วกดลากไปตามผนังอันหยาบกระด้าง!
จั่วม่อแค่นเสียงหนัก ๆ แต่ไม่แยแสสนใจความเจ็บปวด ปลายดรรชนีกรีดวาดไปตามรูปอักขระเทพที่ปรากฏชัดอยู่ในใจมัน
ทันใดนั้นเส้นใยสีเขียวคลายออกจากข้อมือของจั่วม่อด้วยตัวเอง
เส้นใยสีเขียวเต้นเร่าอยู่เบื้องหน้าจั่วม่อ ปลายด้านหนึ่งพลันพุ่งสูงขึ้นไปบนฟากฟ้า อีกด้านหนึ่งจมหายไปด้านใต้ฝ่าเท้าของจั่วม่อ
ในชั่วพริบตา เส้นใยสีเขียวก็ขึงตึงจากเบื้