้าสามารถได้ยินพวกเราสนทนากันเช่นนั้นรึ?”
“ย่อมแน่นอน!” ทารกหมอกวิญญาณกล่าวอย่างอดรนทนไม่ได้ “เจ้าสองคนก็แค่วิญญาณสองดวง ที่นี่คือดินแดนของข้า ไยข้าจะไม่สามารถได้ยินเสียงพวกเจ้าเล่า?
?” ดวงตาสีเลือดของผูเยาเปล่งประกายวูบอีกครั้ง
“ผนึกรวมวิญญาณออกจากร่าง ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่หากเป็นการออกมาจากร่างของเด็กน้อยผู้นี้ นั่นกลับง่ายดายยิ่ง” ทารกหมอกวิญญาณตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ทำอย่างไร?” ผูเยาถามอย่างหน้าด้านหน้าทน
ทารกหมอกวิญญาณพลันหุบปากฉับ สิ่งใดมีคุณค่าในยามนี้มันย่อมล่วงรู้ดีแก่ใจ มันมิได้โง่งม ที่กล่าววาจามากมายถึงปานนี้ ก็เพียงเพื่อต้องการต่อรองกับจั่วม่อเท่านั้น
จั่วม่อมีประสบการณ์โชกโชน เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเช่นนี้ ก็มองแผนการของอีกฝ่ายออกอย่างปรุโปร่ง มันหัวร่อฮี่ฮี่พลางกล่าว “ให้ความร่วมมือแต่โดยดีจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
ทารกหมอกวิญญาณกล่าวอย่างไม่แยแส “เจ้าสามารถทำอะไรเราผู้เฒ่าได้?
?” จั่วม่อเป็นบุคคลอันเผ็ดร้อนชั่วร้ายผู้หนึ่ง ทางด้านนี้ทารกหมอกวิญญาณไหนเลยจะเป็นคู่มือของมันได้ มันกล่าวเสียงเรียบเบา แต่เย็นเยียบจับใจ “ข้าเพียงแค่ต้องกำนัลเพลิงเทพสุริยันให้แก่เจ้าสักเล็กน้อย แค่ใส่เข้าไปในร่างเจ้าเท่านั้น ฮึ่มฮึ่ม!”
มันจดจำได้สิ่งที่เว่ยเคยกล่าวไว้ได้อย่างชัดแจ้ง พลังเทพสุริยันที่มันฝึกปรือเป็นดาวข่มของชนเผ่าหมอกวิญญาณ เพลิงเทพสุริยันเองก็สมควรเป็นดั่งพิษร้ายสำหรับทารกหม