่านับร้อยเท่าพันทวี!
มันยังสามารถมองเห็นเหล่าหน้าผีหมอกวิญญาณอยู่ทั่วทุกหนแห่งหน้าผีหมอกวิญญาณดูราวกับมีจำนวนมากมายไร้ที่สิ้นสุด กำลังโถมดิ่งเข้าหามันจากทุกทิศทาง
บัดซบ!
จั่วม่อถูกบังคับให้ต้องเริ่มหลบหลีก อย่างไรก็ตาม สภาพของมันดูทุลักทุเลกว่าอากุ่ยมาก
ในไม่ช้า จั่วม่อถูกไล่ต้อนจนต้องหลบซ้ายป่ายขวาเป็นพัลวัน ทราบแน่แก่ใจว่าไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มันต้องหาจุดอ่อนของเจ้าตัวใหญ่ให้จงได้! มิเช่นนั้นลากถ่วงนานไปหาได้เป็นผลดีต่อมันไม่
มันทางหนึ่งหลบหลีกอย่างทุลักทุเล ทางหนึ่งก็สอบถามเว่ยอย่างร้อนรน “มันมีจุดอ่อนบ้างหรือไม่?”
เว่ยขบคิดถึงคำถามนี้ตั้งแต่แรก พอฟังจึงกล่าว “ซึ่งความจริงเผ่าเทพสุริยันเป็นดาวข่มของเผ่าหมอกวิญญาณตั้งแต่แรก เพียงแต่พลังของเจ้าไม่กล้าแข็งพอเท่านั้น หากเจ้าสามารถสำเร็จวิชา ‘ลำแสงเทพสุริยัน’ เจ้าสมควรฆ่ามันได้โดยไม่ยากเย็น”
จั่วม่อพอฟังต้องสลดหดหู่กว่าเดิม นี่ไยมิใช่วาจาไร้สาระหรอกหรือ?ไม่ต้องเอ่ยถึง ‘ลำแสงเทพสุริยัน’ นอกเหนือจาก ‘หนามเทพสุริยัน’ และ‘ขวานเทพสุริยัน’ ที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ จั่วม่อก็ยังไม่ได้ฝึกวิชาใดสำเร็จอีกเลย
“เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร?” จั่วม่อกัดฟันถาม
เว่ยดวงตาสว่างวาบ “มีแล้ว เจ้าถ่วงเวลามันไว้สักระยะเถอะ บางทีอากุ่ยอาจมีหนทาง!”
“เป็นความจริง?” จั่วม่อยังคงเคลือบแคลง
“เจ้าได้แต่ลองดูแล้ว” เว่ยเองก็ไม่ได้มีความเชื่อมั่นแม้แต่น้อย
จั่วม่อหันไ