เจ้าอาวาสวัดสำเนียงวัชระสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
“แต่การจะยืนยันตัวตนที่แท้จริงของพวกมันไม่ใช่เรื่องง่าย พวกมันไม่ได้ลงมือต่อสู้ขัดขืน ทางเราเองก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเหลาเต๋อกวงอยู่บนเรือของพวกมัน เราค้นทั่วกองเรือของพวกมันแล้ว แต่ไม่พบตัวเหลาเต๋อกวง ทว่าเมื่อพวกเราปิดค่ายกลเคลื่อนย้าย พวกมันกลับมุ่งตรงเข้าไปในเส้นทางทะเลดำ นับว่าน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง”
เจ้าอาวาสยังคงนิ่งเงียบงัน
เนิ่นนานให้หลัง เจ้าอาวาสพลันกล่าวว่า “เรื่องนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้”
ศิษย์ผู้รับผิดชอบงงงันวูบ จากนั้นสีหน้าทอแววประหลาดใจ แต่เจ้าอาวาสคล้ายมองไม่เห็น เพียงกล่าว “เจ้าไปได้แล้ว”
ศิษย์ผู้นั้นสะดุ้งเฮือก พลันได้สติ รีบค้อมกายคารวะ “ศิษย์ขออำลา!”
รอจนศิษย์ผู้นั้นออกจากห้องไป บุรุษหนุ่มที่โอ่อ่าสง่างามผู้หนึ่งเดินออกมาจากหลังม่าน หากศิษย์เมื่อครู่พบเห็นคนผู้นี้ เกรงว่าต้องตะลึงลานจนอ้าปากค้าง
หย่างหยวนเฮ่า!
ยอดขุนพลอันดับหนึ่งแห่งเก้ามหานิกายพุทธ หย่างหยวนเฮ่า!
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหย่างหยวนเฮ่าจะลอบกลับมายังสำนัก โดยปราศจากหูตารู้เห็น
“ท่านเจ้าอาวาส ท่านมีข้อกริ่งเกรงต่อม่ออวิ๋นไห่?” หย่างหยวนเฮ่าขณะถามไถ่ ยังมีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน
เจ้าสำนักดวงตาทอแววลึกล้า เมื่อเห็นหย่างหยวนเฮ่า มันก็แย้มยิ้มเล็กน้อย “หยวนเฮ่า เจ้าไม่เข้าใจรึ?”
หย่างหยวนเฮ่าสั่นศีรษะ “ม่ออวิ๋นไห่ในระยะยาวสามารถเป็นพันธมิตรของเรา อย่างไรก็