งเนิบช้าเหมือนเช่นปกติ “ลองบอกเล่ารายละเอียดมาฟังดู”
“ขอรับ! ทีแรกพวกมันก่อตั้งแนวป้องกันปราการค่ายกลอย่างเต็มรูปแบบ กองทัพม้าฝานประจำการอยู่เบื้องหลังค่ายกล พึ่งพาแนวป้องกันค่ายกลรับศึกอย่างซึ่งหน้า ต้าเหรินทั้งสองท่านปรึกษาหารือกัน ต่างมีความเห็นว่าฝ่ายเรามีข้อได้เปรียบมากหลาย ดังนั้นตัดสินใจเปิดฉากโจมตีเนื่องเพราะกองทัพฝ่ายตรงข้ามไม่มีรี้พลมากเท่าฝ่ายเรา ต้าเหรินทั้งสองเลือกตำแหน่งโจมตีหกแห่งพร้อมกัน แต่ละตำแหน่งล้วนเหมาะสมต่อการบุกฝ่าทำลายแนวป้องกัน สร้างแรงกดดันให้แก่ศัตรู รอจนการสู้รบเปิดฉากขึ้น ฝ่ายเราช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายศัตรูเองก็ทรหดอดทน การต่อสู้ดุเดือดรุนแรงยิ่ง”
นายกองผู้โชคดีเอาชีวิตรอดมาได้สีหน้าทอแววโศกสลด สุ้มเสียงแหบลึก “หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม การต่อสู้ก็ดำเนินไปเยี่ยงศึกบุกตีเมืองทั่วไป ต้าเหรินทั้งสองท่านลงความเห็นว่าศัตรูสมควรเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยจึงตัดสินใจรุกคืบกดดันมากขึ้น ในเวลานี้เอง ฝ่ายตรงข้ามในที่สุดก็เผยช่องว่างรอยโหว่สายหนึ่ง”
“เยวี่ยต้าเหรินมีฝีมือในการบุกทะลวงอันกร้าวแกร่ง ท่านฉวยโฮกาสนำกองทัพชั้นยอดบุกฝ่าเข้าไปอย่างไม่ลังเล ยามนั้นไม่มีผู้ใดทันได้ฉุกใจคิด…ว่ามันเป็นกับดักของศัตรู! มีปิศาจร้ายรออยู่ที่นั่น! พวกมันเป็นปิศาจร้ายอย่างแท้จริง… …”
นายกองปิศาจด่านเจี้ยวสุ้มเสียงกลายเป็นหวาดผวา ริมฝีปากสั่นระริก ตัวสั่นเทาไ