อโบกพัดอย่างเนิบนาบ ปากกล่าวเบาๆ สุ้มเสียงสุภาพอ่อนโยน “ข้ากับพี่สวี่เป็นสหายกันมานานหลายสิบปี ไม่ต่างจากพี่น้องร่วมอุทร คำขอร้องของพี่สวี่ พวกเราย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้อเสนอของท่านเจ้าอาวาสดึงดูดใจยิ่ง พวกเราไม่ใจแข็งพอที่จะปฏิเสธได้จริง ๆ”
หลินอิ๋งยิ้มละไม หลงกวงสงบเยือกเย็นดั่งหินผา
เจ้าอาวาสวัดซินเยี่ยพอฟังต้องหัวร่อดังกังวาน มันมีความประทับใจที่ดีต่อหร่วนโหย่วเซียนผู้นี้ไม่น้อย จึงกล่าวว่า “พี่หร่วนช่างมีอารมณ์ขันนัก! เวลายังเร็วไปบ้าง ที่พำนักของพวกท่านจัดเตรียมเอาไว้แล้ว หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม โปรดบอกมาได้ทุกเมื่อ หากข้าไม่อยู่ที่นี่ ให้เสาะหาผู้อาวุโสสวี่ ทุกท่านเป็นคนกันเอง ขออย่าได้เกรงใจ”
หร่วนโหย่วเซียนกับพวกกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
จากนั้นศิษย์ผู้หนึ่งเข้ามานำทางอาคันตุกะทั้งสามไปยังที่พัก
รอจนภายในห้องโถงหลงเหลือเพียงเจ้าอาวาสและผู้อาวุโสสวี่ เจ้าอาวาสผงกศีรษะชมเชย “เรื่องนี้เจ้าทำได้ดีมาก อาศัยความช่วยเหลือของคนทั้งสาม พวกเราอาจสามารถหยิบฉวยสมบัติติดมือกลับมาสักชิ้นสองชิ้น”
ผู้อาวุโสสวี่กล่าวอย่างนอบน้อม “นี่เป็นเพราะการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของท่านเจ้าอาวาสที่ยืนยันว่าเรื่องนี้สามารถเป็นไปได้ คนทั้งสามนี้ปกติทระนงถือดีถึงเพียงไหน หากมิใช่ว่าเห็นความห้าวหาญเปี่ยมปัญญาของเจ้าอาวาส พวกมันไหนเลยจะยินยอมรับปาก?”
เจ้าอาวาสนิกายซินเยี่ยอารมณ์ดีไม่น้อย แย้มยิ้ม