งแทบไม่อาจออกจากห้องท้องเรือแม้สักก้าวเดียว
จั่วม่อกับพวกยืนอยู่ที่ด้านหน้าสุดของลำเรือ ไม่สะทกสะท้านต่อสายลมอันเกรี้ยวกราด
“สายลมอันดุเดือดนัก!” เขิงเหลียนเอ๋อร์ทอดถอนชมเชย ผมยาวสลวยปลิวสะบัดอยู่ในสายลมราวกับฝูงอสรพิษดำเริงระบำ แต่กระโปรงยาวระพื้นของนางกลับไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย บันดาลให้นางดูงดงามอย่างลี้ลับพิสดารจนบอกไม่ถูก
“ช่างหายากนัก” เหวยเสิ้งพยักหน้าเห็นพ้อง เมื่อสายลมคมกริบกรายเข้ามาใกล้มัน ก็สลายหายไปอย่างเงียบเชียบ
จั่วม่อลูบคางพลางกวาดตามองไปรอบด้าน บ่นพึมพำกับตัวเอง “ในสถานที่เช่นนี้ หากสามารถเสาะหาวิญญาณภูตดารา พวกมันจะต้องระดับสูงมากเป็นแน่!”
มันทำท่าคว้าจับไปทางทะเลดำแต่ไกล ทันใดนั้นน้าทะเลกลับกลายเป็นมังกรน้าตัวหนึ่งโผพุ่งขึ้น มังกรน้าทะเลดำบินร่อนมาถึงเบื้องหน้าจั่วม่อ แล้วเปลี่ยนเป็นมวลน้าทรงกลมสีดำกลุ่มหนึ่ง
หลังจากเพ่งพินิจพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ จั่วม่อกล่าวอย่างครุ่นคิด “น้าสีดำนี้แปลกประหลาดยิ่ง เปี่ยมล้นไปด้วยพลังหยิน แต่ในน้ากลับไม่มีสิ่งใดเจือปน ไฉนเป็นสีดำดุจหมึกเช่นนี้ได้
มันกวักมือเบา ๆ มวลน้าทรงกลมลอยไปยังเจดีย์น้อย เจดีย์น้อยสะดุ้งเฮือก ตัวสั่นระรัวเหมือนตีกลอง เห็นได้ชัดว่าไม่ชมชอบน้าสีดำเหล่านี้ จั่วม่อต้องประหลาดใจกว่าเดิม เจดีย์น้อยสามารถแยกสลายองค์ประกอบหยินหยางและห้าธาตุ หมายความว่าแทบไม่มีสิ่งใดที่มันแยกสลายไม่ได้ ว่ากันตามหลักการ ไม่ว่าจะเป