นของพลังปราณ กลายเป็นมีความรู้สึกเฉียบไวต่อพลังปราณมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม พลังปราณกำลังจะถูกยุคสมัยทอดทิ้ง พลังเทพกลายเป็นทรงอำนาจมากกว่า แต่พลังเทพก็กอรปด้วยคุณสมบัติเป็นคลื่นแรงสั่นสะเทือนชนิดหนึ่ง ว่ากันตามหลักการแล้วพวกมันแม้เป็นพลังที่แตกต่างกันคนละประเภท แต่โดยเนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรแตกต่าง ข้าจึงคิดว่าหากให้เจ้าดำน้อยจดจำคลื่นแรงสั่นสะเทือนของพลังเทพได้ ไยมิใช่ว่ามันสามารถเสาะหาสมบัติที่ปลดปล่อยคลื่นแรงสั่นสะเทือนของพลังเทพออกมาได้?”
ฉุนอวี๋เฉิงยิ่งกล่าวยิ่งคึกคัก “ดังนั้นข้าจึงเพียรหาวัตถุดิบที่มีพลังเทพทุกชนิดมาให้แก่มัน อย่างไรก็ตาม วัตถุดิบเหล่านี้ราคาแพงมากและมีน้อยเกินไป! เอ่ยถึงเรื่องนี้ ตัวบัดซบเปาอี้ช่างตระหนี่ถี่เหนียวไม่มีที่เปรียบ! ทุกครั้งที่ข้าไปขอวัตถุดิบจากมัน เจ้าผู้นั้นมักตีสีหน้าประดุจตาเฒ่างกสมบัติข้าแทบคลั่งใจตายแล้ว!”
ฉุนอวี๋เฉิงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน บริภาษผู้ดูแลคลังสินค้าโดยไม่ไว้หน้าทว่าจั่วม่อหาแยแสสนใจไม่ นิสัยใจคอของเปาอี้เป็นเช่นนั้น และด้วยเหตุนี้เอง มันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของผู้ที่รับหน้าที่ดูแลคลังสินค้า มิเช่นนั้นอาศัยควาทมั่งคั่งเล็กๆ น้อยๆ ของจั่วม่อ คงไม่เพียงพอให้คนเสียสติเหล่านี้ถลุงอย่างบ้าคลั่งอยู่ตลอดเวลา“สำเร็จหรือไม่?” จั่วม่อสนอกสนใจเรื่องนี้มากกว่า
ฉุนอวี๋เฉิงแม้โกรธแค้นเปาอี้ แต่ก็เนื่องเพราะความขัดแย้งด้านวัตถุดิบ ทั้งสองไม่