ดยังตระหนักชัด หากสถานการณ์ล่วงเลยไปถึงขั้นนั้น คงไม่ต้องบ่งบอกว่าม่ออวิ๋นไห่จะประสบความเสียหายร้ายแรงสักเพียงใด!
“ปัญหาก็คือพวกเราแม้ทราบแน่แก่ใจว่าพวกมันคิดทำอะไรต่อไปกลับไม่มีหนทางแก้ไขแม้แต่น้อย”
แม่นางน้อยสีหน้าดำทะมึน ดูขัดตายิ่ง มันเดิมทีเข้าใจว่าพวกมันสร้างม่ออวิ๋นไห่ขึ้นมาเป็นป้อมปราการที่ไม่อาจเจาะทะลวงได้ ผู้ใดจะคาดคิด ว่าที่แท้ยังหลงเหลือจุดอ่อนร้ายแรงเช่นนี้แฝงเร้นอยู่ด้วย
ในเวลานี้เอง นกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งพลันปรากฏขึ้น เหินร่อนลงไปในมือจั่วม่อ จั่วม่อหลังจากเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ค่อยกล่าวเสียงเย็นเยียบ “ขบวนค่ายกลเคลื่อนย้ายสามแห่งถูกโจมตีพร้อมกัน มีแห่งหนึ่งถูกทำลายพินาศสิ้น”
ห้องประชุมพลันเงียบกริบเสมือนตาย ทุกผู้คนสีหน้าดำทะมึน
จั่วม่อทราบว่าม่ออวิ๋นไห่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันอันตรายยิ่ง ในเวลานี้มันต้องตัดสินใจ
“นอกเหนือจากค่ายกลเคลื่อนย้ายที่สำคัญไม่กี่แห่ง ที่อื่นล้วนปิดผนึกทั้งหมด” จั่วม่อกล่าวเสียงลึก ไฟโทสะลุกโชนอยู่ในดวงตา
ในหัวใจมันมีเลือดหยาดหยด การปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายแต่ละแห่งหมายถึงการสูญเสียจิงสือจำนวนมหาศาล
เศรษฐกิจของม่ออวิ๋นไห่กำลังเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก สำหรับเสี่ยวม่อเกอผู้รักสมบัติเท่าชีวิต นี่ไม่ต่างกับการเชือดเนื้อมันทิ้ง
ขัดขวางหนทางร่ารวยของผู้อื่น นี่เท่ากับความแค้นสังหารบิดามารดา
จั่วม่อใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดใจอย่างรุนแรง การกระ