ตูม!
มันรู้สึกภาพรอบข้างพร่าเลือนวูบ ข้อมูลมากมายไหลบ่าเข้ามาในใจดุจน้าป่าทะลักทลาย
จั่วม่อที่ไม่ทันระวังถึงกับร่างแข็งทื่อ ม่านสายตากลายเป็นมืดทะมึนไม่ทราบผ่านไปนานเท่าใดค่อยได้สติรู้สึกตัว
พรูด!
รู้สึกลำคอหวานวูบ กระอักโลหิตคำโตพ่นออกจากปากเป็นฟูฝอยก่อนที่ความอึดอัดขัดข้องในอกจะบรรเทาเบาบางลงไปบ้าง
จั่วม่อตกตะลึงพรึงเพริดสุดระงับ
ในทะเลแห่งจิตสำนึก เว่ยซึ่งหลับตาเข้าสมาธิมาโดยตลอด จู่ ๆ ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน สองตาทอประกายเจิดจ้าดุจสายฟ้า ผูเยาเองก็คล้ายรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง ลุกพรวดอย่างกะทันหัน
“อย่าทดลองอีก!”
เสียงเคร่งเครียดของเว่ยหยุดจั่วม่ออย่างทันท่วงที
จ่อม่อพอได้ยินเสียงเตือน ก็รีบวางศาสตราเทพครึ่งส่วนลงในบัดดลในใจยังหวาดหวั่นไม่คลาย ซึ่งความจริงมันก็ไม่กล้าทดลองอีกครั้ง ผลของการพยายามครั้งแรก มันถึงกับรับบาดเจ็บบอบช้าเล็กน้อย พลังเทพในร่างถูกผลาญไปเกือบเจ็ดในสิบส่วน ผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้มันหนังศีรษะชาซ่าน พลังเทพของมันสูญสิ้นไปถึงเจ็ดในสิบส่วน โดยที่มันไม่ทันรู้สึกตัวแม้แต่น้อย
ช่างหวาดเสียวอันตรายนัก!
ภายในยุทธภัณฑ์เทพชิ้นนี้มีข้อมูลมากมายมหาศาลเกินไป มากมายเสียจนจิตใจของมันไม่อาจทานทนรับไหว ผลสะท้อนทำให้มันต้องรับบาดเจ็บบอบช้า แต่ไม่ว่ามันจะลองนึกทบทวนสักเท่าใด กลับจดจำไม่ได้แม้แต่คำเดียว
ของสิ่งนี้… …
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อสังเกตเห็นทันทีว่าเว่ยได้ตื่นขึ้นมาแล้ว