มันเข้าสู่ทะเลแห่งจิตสำนึกพลางฝืนยิ้ม “เว่ย เจ้าในที่สุดก็ตื่นนอนได้เสียที”
เว่ยพออ้าปากกล่าววาจา ก็เริ่มจู้จี้จุกจิกทันที “อาจั่ว ข้าบอกแล้วว่าต้องระมัดระวังให้มาก ไฉนเจ้าไม่เคยฟัง? ยามนี้เจ้าเป็นราชาของดินแดนหนึ่ง ไหนเลยจะบุ่มบ่ามวู่วามเหมือนสมัยก่อนได้? เจ้าสมควรทราบ เมื่อครู่หากพลังเทพของเจ้าอ่อนด้อยกว่านี้สักเล็กน้อย เกรงว่าคงถูกสูบจนเหือดแห้งไปแล้ว ชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าก็สิ้นสุดเพียงเท่านี้เอง… …”
รับฟังคำพูดพล่ามไม่รู้จบของเว่ย จั่วม่ออบอุ่นใจขึ้นมาทันที ใบหน้าเผยรอยยิ้มกว้าง
ผูเยาขัดคออย่างอดรนทนไม่ได้ “พอที! ข้าไฉนยิ่งมายิ่งรู้สึกว่าเจ้าเป็นเหล่าไท่ผอ (ยายแก่) นางหนึ่ง? เจ้าคือชุดเกราะป้ายศิลาสุสานอันยิ่งใหญ่เจ้ามีศักดิ์ศรี! มีอำนาจบารมี! อย่าได้ทำตัวเหมือนยายเฒ่าแล้ว!”
เว่ยงงงันวูบ จากนั้นพยักหน้ารับตามสัญชาติญาณ “ดูเหมือนพอมีเหตุผลอยู่บ้าง” แต่แล้วมันก็โต้กลับทันควัน “แล้วคนที่มีกลิ่นอายไม่หญิงไม่ชายอย่างเจ้าเล่า?”
ผูเยาพิโรธโกรธกริ้วขึ้นมาทันที “เจ้าว่าผู้ใดไม่หญิงไม่ชาย?”
เว่ยกล่าวอย่างเสแสร้ง “ไม่ใช่ข้าก็แล้วกัน”
“ข้าจะฆ่าเจ้า!” ผูเยาแค่นยิ้มอย่างขุ่นแค้น เปลวไฟสีดำระเบิดวาบออกจากร่าง พวยพุ่งขึ้นไปถึงชั้นฟ้า ทะเลเพลิงดำในทะเลแห่งจิตสำนึกปะทุขึ้นพร้อมกัน ผูเยาโถมอาละวาดอย่างดุเดือดอยู่กลางเวหา
เว่ยหาได้กลัวเกรงไม่ สีหน้าสัตย์ซื่ออ่อนโยน แต่ฝีปากกลับร้ายกาจสุดเปรียนปาน “