หลักจากขบคิดใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ มันก็เรียกสองปรมาจารย์ค่ายจินวูเข้าพบ ส่งมอบม้วนหยกให้แก่พวกมัน
หลังจากนั้นสักครู่ สองปรมาจารย์ใบหน้าทอแววดูถูกเหยียดหยามแน่นอนว่าเคล็ดวิชาพลังเทพระดับนี้ย่อมเป็นที่หยามดูแคลนของพวกมันน้อยคนนักที่จะล่วงรู้ อันที่จริงม่ออวิ๋นไห่มีเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพมากกว่าหนึ่งเคล็ดวิชา ควรทราบว่าพื้นฐานการบำเพ็ญเพียรของแต่ละคนนั้นผิดแผกแตกต่างกัน เนื่องเพราะในค่ายของจั่วม่อมีทั้งซิวเจ่อ มีอสูรและปิศาจจำนวนมากปะปนอยู่ด้วยกัน
ด้วย ‘เคล็ดวิชาพลังเทพเมฆาไร้รูป’ ของจั่วม่อเป็นพื้นฐาน จากนั้นบังเกิดเคล็ดวิชามากมายแตกกิ่งก้านสาขาออกไป ตัวจั่วม่อเองสนับสนุนการคิดค้นเคล็ดวิชาเหล่านี้อย่างเต็มที่ กระทั่งยังช่วยพวกมันขัดเกลาเคล็ดวิชาพลังเทพแต่ละวิชาจนสำเร็จสมบูรณ์ มันไม่คิดบังปิดสิ่งใดไว้แม้แต่น้อย
อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้ สองปรมาจารย์รอบรู้เจนจัดเกี่ยวกับพลังเทพหลากหลายประเภทอย่างปรุโปร่ง การที่หยามดูแคลนเคล็ดวิชาพลังเทพครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้ย่อมเป็นที่เข้าใจได้
“ซีเซวียนเสื่อมทรุดลงมากดังคาด เคล็ดวิชาพลังเทพเช่นนี้ไม่ควรค่าต่อการเหลือบแล” ปรมาจารย์ซุนเป่ากล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
ปรมาจารย์จี๋เหว่ยจุปากเบา ๆ พลางกล่าว “หากได้รับเคล็ดวิชาเทพของคุนหลุนกับเทียนหวนคงจะดีกว่านี้มาก ทั้งสองนั้นสมควรมีแก่นสารที่ดีอยู่บ้าง”
ฟังสุ้มเสียงของสองปรมาจารย์ที่คล้ายจะหยามดูแคลนทั่วหล้า จั่วม่ออ