“สือตง”
สือตงรีบผุดลุกขึ้นรับคำ “สือตงอยู่!”
“ให้กบดานอยู่ในละแวกอาณาจักรผู่หลัวและอาณาจักรจันทร์เกริกไกร อย่าให้ผู้คนพบเห็นเจ้า รอฟังคำสั่งถัดไป”
ขณะที่คำสั่งการอันแปลกประหลาดทยอยบอกออกมาเรื่อยๆ เหล่าแม่ทัพนายกองเพ่งพินิจแผนที่อาณาจักรพลางขมวดคิ้วครุ่นคิด พยายามมองหาร่องรอยในคำสั่งเหล่านั้น
เปี๋ยหานไม่สนใจพวกมัน กล่าวสืบต่อ “กองทัพม้าฝานให้เคลื่อนพลไปกับข้า จบการประชุมแต่เพียงเท่านี้ แต่ละทัพให้เร่งออกเดินทางตามคำสั่งที่ได้รับ”
เหล่าแม่ทัพได้สติทันควัน ผุดลุกขึ้นตอบคำอย่างพร้อมเพรียง “รับบัญชา!”
ยังไม่ทันจะขาดเสียง เปี๋ยหานหายลับไปจากห้องประชุมเป็นลำดับแรก
ทันทีที่เปี๋ยหายลับตาไป ห้องประชุมเดิมทีเงียบสงัดกลับกลายเป็นเอะอะอึกทึกทันที
“ผู้ใดมองเห็นเค้าเงื่อนบ้าง?
“ข้ามองไม่เห็นร่องรอยอันใด การจัดวางทัพนี้แปลกประหลาดยิ่ง!”
“ใช่แล้ว! ไม่มีเหตุผลแม้แต่น้อย!”
ถังเฟยไม่เอ่ยปาก ทันใดนั้นนางก้มหน้าถามเหมียวจุนเบา ๆ “ซือฟู่ท่านพบเห็นอันใดหรือไม่?”
“พอมองเห็นอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ไม่อาจคาดเดาอีกหลายก้าวเบื้องหน้า” เหมียวจุนสีหน้าตื่นตะลึง กล่าวเสียงเบาต่า “สมแล้วที่เป็นยอดแม่ทัพผู้หนึ่ง เปี๋ยหานต้าเหรินมักไม่ชมชอบโอ้อวด แต่มันยามลงมือ ช่างไม่รวบรัดธรรมดาโดยแท้! กระทั่งพวกเราที่ล่วงรู้เป้าหมายแท้จริงยังไม่อาจ
ม่ออวิ๋นไห่กำลังเร่งรุดไปข้างหน้าเต็มอัตรา และจั่วม่อเองก็ไม่ได้อยู่ว่าง
มีอาคันตุกะมา