้แต่อาศัยการเข้าฌานสมาธิเพื่อปลอบประโลมจิตใจของตน แม้ว่ามันจะสูญเสียพลังฝีมือ แต่พลังญาณของมันกลับเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์
แต่แล้วเมื่อศิษย์น้องจู่ ๆ ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้ามันอีกครั้ง กระทั่งจิตแห่งเซนอันแน่วแน่มั่นคงของมันยังต้องไหววูบด้วยอารมณ์
“ข้าเคยชี้แนะหนทางฝึกปรือวิถีเซนให้แก่พวกมันอยู่บ้าง ยามนั้นพลังฝีมือของพวกมันย่าแย่ยิ่ง ในเวลานั้นข้าเป็นผู้ช่วยของจงซือฟู่ (ท่านอาจารย์จง) ข้าแม้ยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุน แต่ก็สุขกายสบายใจไม่น้อย สิ่งเดียวที่ในใจข้ายังห่วงพะวงอยู่ตลอดเวลาก็คือศิษย์พี่ท่าน แต่ข้าในตอนนั้นไม่ได้มีเงินทองมากมาย ทั้งยังไม่อาจสะสมแต้มคุณูปการได้มากพอที่จะแลกเป็นโอสถปราณสำหรับศิษย์พี่”
อีเจิ้งบอกเล่าด้วยสีหน้าหวนรำลึก เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ ต่อมาเมื่อมันมีกำลังมากพอ ในที่สุดก็สามารถจัดหาโอสถปราณนำกลับไปมอบให้แก่ศิษย์พี่เป็นผลสำเร็จ แต่น่าเสียดายที่โอสถปราณไม่อาจรักษาศิษย์พี่ได้ ดังนั้นมันได้แต่นำศิษย์พี่มายังม่ออวิ๋นไห่แทน ซึ่งความจริงเมื่อมันกลับไปพบเห็นศิษย์พี่ในสภาพที่นั่งอยู่ในวัดวาเก่าชำรุดทรุดโทรม จะพังแหล่มิพังแหล่ โทสะและความอึดอัดขัดข้องในใจมันแทบจะทำให้มันต้องคลุ้มคลั่งไป
ผู้เป็นศิษย์พี่ล่วงรู้นิสัยใจคอของอีเจิ้งดี เห็นเค้าความเศร้าเสียใจระคนรู้สึกผิดบนใบหน้าของศิษย์น้อง มันก็ทราบกระจ่างว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ในใจ จึงหันเหหัวเรื่องอย่างชาญฉลาด “จงซือฟู่? ท