ละละทิ้งมรรคผลและปิดด่านเป็นตาย ทำให้มันสามารถวาดภาพของเซียนวรยุทธ์ผู้ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินผู้หนึ่ง ยอดคนผู้ดื้อรั้นและแน่วแน่ เพื่อวิถีทางแห่งความก้าวหน้าของตนแล้ว ไม่ยินยอมหลงเหลือทางเลือกสายอื่นให้แก่ตัวเองแม้แต่น้อย
“มิผิด หากจงซือฟู่ออกมาจากด่านเป็นตายคงประเสริฐยิ่ง จงซือฟู่จะต้องหาหนทางรักษาอาการบาดเจ็บของศิษย์พี่ได้อย่างแน่นอน โชคยังดีที่ตะเกียงวิญญาณเซนของจงซือฟู่ยังไม่ดับไป” อีเจิ้งกล่าวอย่างเศร้าเสียดาย แต่อีกทางหนึ่งยังคงยินดีและโล่งใจ
แต่แล้วเพียงกล่าวจบคำเท่านั้นเอง ทันใดนั้นลำแสงเจิดจ้าสายหนึ่งพลันส่องวาบขึ้นที่ขอบฟ้า
ทุกผู้คนที่สัญจรอยู่บบนฟากฟ้าพากันชะงักกึก จ้องมองไปยังที่ห่างไกลอย่างตื่นตะลึง ลำแสงสายนั้นเจิดจ้าบาดตายิ่ง แต่ที่พิสดารคือปราศจากสุ้มเสียงสำเนียงใด
จากนั้นพลังสภาวะอันไพศาลระเบิดวาบอย่างฉับพลัน!
ทะเลเมฆที่อยู่รอบ ๆ เกาะเมฆม้วนตลบอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็นคลื่นเมฆสูงหลายสิบจั้งกวาดซัดไปทั่ว ทะเลเมฆพลุ่งพล่านปั่นป่วน กลิ่นอายสภาวะขุมนั้นประหนึ่งสัตว์ประหลาดสีขาวหิมะร่างมหายักษ์แหงนหน้ากู่คำรามอย่างกราดเกรี้ยว ระเบิดพลังอันแกร่งกร้าวบดขยี้ไปทุกทิศทาง
“ผิดท่าแล้ว!” อีเจิ้งสีหน้าแปรเปลี่ยนวูบหนึ่ง ชั่วพริบตาดุจประกายไฟ คลื่นเมฆมหึมาม้วนกวาดเข้าหาพวกมันดุจกำแพงถล่มภูเขาทลายบันดาลให้ผู้คนรู้สึกว่าไม่อาจต้านทานได้
ทันใดนั้นอีเจิ้งบนร่างพลันปรากฏแสงประกายชั้นหนึ่ง