“หมากรุกเสมือนจริงไม่อาจช่วยให้เจ้ารุดหน้าได้อีกแล้ว”
เหลียงเวยงงงันวูบ ชะงักเท้าทันควัน ความอิ่มเอมใจเล็กน้อยจากผลสำเร็จเมื่อครู่หายวับไปทันที ไม่หลงเหลือแม้แต่ร่องรอย ทันใดนั้นพลันรู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่า หลายปีมานี้ การมายังผูผูบ้านแม่ทัพบัญชาการศึกทุกวันแทบจะกลายเป็นกิจวัตรของมันไปแล้ว จิตใจของมันเลิกฟุ้งซ่านวุ่นวาย ก็เพียงเพราะว่ามันรู้สึกได้ว่ามันยังคงพัฒนารุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง
หากผูผูบ้านแม่ทัพบัญชาการศึกไม่อาจช่วยให้มันรุดหน้าอีกต่อไปมันก็ไม่ต้องมาที่นี่แล้ว เช่นนั้นมันสมควรไปที่ใดเล่า
นอกเหนือจากการทำศึกสงคราม มันก็ไม่ล่วงรู้สิ่งใดเลย หากมิใช่ว่ามันเก็บสะสมเงินจำนวนหนึ่งไว้ตั้งแต่แรกเข้ากองทัพ เกรงว่ากระทั่งการดำเนินชีวิตประจำวันยังจะเป็นปัญหาสำหรับมัน
เมื่อผูผูกล่าวว่าสถานที่แห่งนี้ไม่อาจช่วยให้มันรุดหน้าได้อีก ชั่วพริบตานั้น มันรู้สึกหัวหมุนงุนงงไปหมด ถึงกับผสมปนเปไปด้วยความหวาดกลัวอยู่บ้าง
?”
“สงครามจริง”
เหลียงเวยสีหน้าหม่นหมองลง ริมฝีปากค่อยๆ แสยะเป็นรอยยิ้มขมขื่น มันทราบดีว่าผูผูกล่าวไม่ผิด มันแม้ไม่เคยพบเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของผูผู แต่ยังคงนับถือเลื่อมใสผูผูอย่างสุดจิตสุดใจ มันแตกต่างกับศิษย์อื่นๆ ที่อยู่ที่นี่ มันเคยเห็นโลกมานักต่อนัก เคยเข่นฆ่าเอาชีวิตกับผู้เข้มแข็งนับไม่ถ้วน ดังนั้นมันบอกได้อย่างมั่นอกมั่นใจ ผูผูคือแม่ทัพบัญชาการศึกที่มีฝีมือร้ายกาจที่สุดเท่