าที่มันเคยพบเห็นมาทั้งชีวิต!
มันไม่อาจขบคิดเข้าใจได้ ยอดแม่ทัพผู้กล้าแกร่งเกรียงไกรถึงเพียงนี้มัวมาทำอันใดอยู่ในโรงเรียนสอนแม่ทัพบัญชาการศึกเล็กกระจ้อยร่อยแห่งนี้กันแน่
อาจบางทีผูผูตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกันกับมัน เหลียงเวยลอบสรุปแก่ตัวเองเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นถูกผู้บังคับบัญชาชังน้าหน้า หรือถูกสหายศึกรวมหัวกันกลั่นแกล้ง หรืออาจจะมีเหตุผลอื่นใดอีกนับร้อยพันประการเป็นเหตุให้ผูผูผันตัวมาเปิดโรงเรียนสอนแม่ทัพบัญชาการศึกแห่งนี้เพื่อฆ่าเวลา
“แล้วสงครามจริงสำหรับข้าอยู่แห่งหนใดกันเล่า?”
“หากเจ้ายินดี ข้าสามารถคิดหาหนทางให้แก่เจ้าได้ แต่เรื่องราวขอบอกกล่าวล่วงหน้า สภาพเงื่อนไขของเจ้าจะลำบากยากเย็นยิ่ง เจ้าต้องเตรียมใจให้พร้อม” ผูผูกล่าวอย่างเฉื่อยชา
คราวหน้าเหลียงเวยตกตะลึงพรึงเพริดอย่างแท้จริง ชั่วครู่ให้หลังค่อยเอ่ยถามอย่างเคลือบแคลงสงสัย “ท่านมีหนทางจริงๆ?”
“เจ้ามีพรสวรรค์สูงล้า แต่หากเจ้ายังคงใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่าเช่นนี้เกรงว่าจะไม่มีหวังเข้าสู่ทำเนียบยอดแม่ทัพบัญชาการศึกที่แท้จริง” สุ้มเสียงของผูเยาคล้ายล่องลอยมาจากที่ห่างไกล แต่ทิ่มแทงเข้าใส่หัวใจอันเปราะบางของเหลียงเวยอย่างอย่างถนัดถนี่
เหลียงเวยเงยหน้าขึ้นทันควัน “ท่านที่แท้เป็นใครกันแน่?”
“เจ้าต้องสนใจจริง ๆ รึว่าข้าเป็นใคร??” ผูเยาย้อนถามแทนคำตอบ
เหลียงเวยร่างสะท้านขึ้นเบา ๆ “ท่านตรวจสอบเรื่องของข้า
“เรื่องของเจ้า ด้วยอดีตของเจ