้ายังจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยรึ?” ผูเยายังคงใช้วิธีย้อนถามแทนคำตอบ
เหลียงเวยนิ่งงันไป แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนจะล่วงรู้ประวัติของมัน แต่ในแวดวงแม่ทัพบัญชาการศึก ผู้ที่ล่วงรู้กลับมีมากมายนับไม่ถ้วน
“ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร?” เหลียงเวยถามเสียงลึก
“ทำสิ่งที่เจ้าถนัดจัดเจนที่สุด” ผูเยาตอบ
“กองทัพใด?” เหลียงเวยรู้สึกราวกับว่าบางสิ่งกำลังลุกไหม้ขึ้นภายในร่าง เปลวไฟลุกโชนในหัวใจ อุณหภูมิในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นทุกขณะจิต
“เด็กเหลือขอกลุ่มหนึ่ง พวกมันเพิ่งผ่านการฝึกฝนขั้นพื้นฐานเท่านั้น” ผูเยาหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย
เหลียงเวยบังเกิดความผิดหวังวูบ
“เฮอะ เจ้าเข้าใจว่าจะมีกองทัพที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีสำหรับเจ้าเช่นนั้นรึ ดูท่าว่าเจ้าจะยังไม่ล่วงรู้สภาพการณ์ของเจ้าดีนักหากเจ้าต้องการหวนคืนสู่สนามรบ เจ้าต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์” ผูเยากล่าวอย่างไม่ถนอมน้าใจ
เหลียงเวยตะลึงลานไปชั่ววูบ จากนั้นผงกศีรษะ “ถูกของท่าน”
“ที่สำคัญไปกว่านั้น มีแต่กองทัพที่เจ้าสร้างขึ้นด้วยสองมือของเจ้าเองจึงจะเป็นกองทัพของเจ้าอย่างแท้จริง แนวคิดทั้งหมดที่เจ้ามี สามารถนำมาใช้กับพวกมันได้ตามที่เจ้าต้องการ เจ้าจะเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพนี้”
ในถ้อยคำของผูเยา เหลียงเวยรู้สึกถึงแรงดึงดูดใจที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย เพียงอาศัยวาจาไม่กี่ประโยค มันรู้สึกว่าจิตใจมันไหวสะท้าน ในอกร้อนวูบขึ้นอีกครา
คนผู้นี้เป็นจอมมารร้ายของแท้!
“ตกลง!” เหลียง