นแล้ว!”
เหล่าผู้อาวุโสใบหน้าทอแววทั้งอับอายทั้งเดือดดาล ผสมปนเปจนแยกไม่ออก
ภายในเส้นทางสายนั้น พวกมันเหินบินต่อไปเช่นนี้ถึงสามวันสามคืนเต็ม เจ้าสำนักซีเซวียนและเหล่าผู้อาวุโสใบหน้าทอแววเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
ที่จุดสิ้นสุดของบันไดศิลา เป็นประตูสัมฤทธิ์บานหนึ่ง
“เฝ้าด้านนอกไว้ให้ดี” เจ้าสำนักซีเซวียนกล่าวเสียงเย็นชา เหล่าผู้อาวุโสพากันลอบถอนใจโล่งอก พยักหน้ารับแต่โดยดี หากเป็นไปได้พวกมันก็ไม่ต้องการเข้าไปในสถานที่ผีร้ายเช่นนี้ แต่ละคนยามมองดูประตูสัมฤทธิ์ สีหน้าเต็มไปด้วยความครั่นคร้ามยำเกรง ทั้งประหวั่นพรั่นพรึงอย่างลึกล้า
เจ้าสำนักซีเซวียนสูดหายใจลึก ผลักบานประตูเปิดออกเสียงดังระคายหู หายลับเข้าไปด้านใน
“จงสู (ท่านอาจง) โปรดเห็นแก่หน้าบิดา ช่วยเหลือผู้หลานสักครั้ง”เจ้าสำนักซีเซวียนสุ้มเสียงเบาต่า ค้อมกายต่ายิ่ง กล่าวอย่างโศกเศร้าเสียใจ“ภายในหนึ่งเดือนมานี้ พวกเราพ่ายศึกสามครั้งรวด จุดอ่อนของซีเซวียนถูกเผยออกมาจนหมดสิ้น ขุมกำลังโดยรอบกำลังมองหาโอกาสเคลื่อนไหวข้าตรวจสอบภายในกองทัพของเราแล้ว พวกมันล้วนเน่าเหม็นไปถึงแก่นแกน ในซีเซวียนอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ไม่มีแม้แต่กองพันเดียวที่สามารถทำศึก!”
บุรุษร่างใหญ่กำยำเบื้องหน้ามันเพียงมองดูด้วยสีหน้าเฉยเมย
คนร่างใหญ่นั้นนั่งบนเก้าอี้ ร่างกำยำล่าสันปานหอคอยเหล็ก เพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ ยังแผ่ซานพลังกดดันกล้าแข็งสุดเปรียบปาน บันดาลให้ผู้คนแทบหายใจไม