!
เจ้าสำนักซีเซวียนรู้สึกราวกับถูกค้อนยักษ์หวดฟาดใส่อย่างถนัดถนี่ปลิวลิ่วไปหลายสิบจั้งดุจว่าวสายป่านขาด
ดวงตาสีเทาของคนร่างใหญ่แดงฉานด้วยสายเลือด เป็นครั้งแรกที่ใบหน้ามันแสดงอารมณ์
เจ้าสำนักซีเซวียนไม่แยแสสนใจโลหิตที่หยาดหยดจากมุมปาก ดิ้นรนลุกขึ้นยืน “อวิ๋นจีมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อซีเซวียนเรา เมื่อสุสานของอวิ๋นจีสร้างเสร็จสิ้น ข้าจะออกประกาศในนามเจ้าสำนัก ล้างมลทินให้แก่นาง ให้บรรดาศิษย์แกนหลักและผู้อาวุโสทั้งหมดมาร่วมไว้อาลัยให้แก่นาง!”
“บิดาเจ้าบอกเล่าเรื่องนี้แก่เจ้าก่อนตายกระมัง” บุรุษร่างใหญ่กลับสู่ท่วงท่าเฉยเมยเย็นชาอีกครั้ง
เจ้าสำนักซีเซวียนหน้าขาวเผือด ในใจลอบตื่นตะลึง มันนึกไม่ถึงว่าจงสูจะสามารถคาดเดาดุจตาเห็น
“ที่แท้มันก็ล่วงรู้แต่แรกว่าอวิ๋นจีไร้ความผิด” บุรุษร่างใหญ่พึมพำกับตัวเอง สุ้มเสียงอ้างว้าง “ข้าฝังตัวเองกับการเฝ้าพิทักษ์คุกนรกวิญญาณภูตผ่านไปห้าสิบปี นึกไม่ถึงพวกเจ้าบิดากับบุตรยังคงคิดอ่านวางแผนต่อข้า”
เจ้าสำนักซีเซวียนสีหน้าซีดขาวราวคนตาย
“เถ้ากระดูกของนางอยู่ที่ใด?” บุรุษร่างใหญ่ถามอย่างกะทันหัน
เจ้าสำนักซีเซวียนบังเกิดความรู้สึกว่าสายตาของจงสูดุจคีมเหล็กอันแข็งกร้าว บีบเค้นมันไว้จนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ มันแทบหยุดหายใจ ขณะตอบคำไปตามจิตใต้สำนึก “ใน… …ห้องลับแห่งหนึ่ง ท่านพ่อสร้างป้ายบูชาไว้ให้แก่นางแล้ว”
แรงกดดันมหึมาสลายคลาย มันทรุดฮวบลงกับพื้น หอบหายใจแรง ๆม