งคนเช่นนี้ หลานสาวที่น่าเวทนาของข้า”
จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง ตาเฒ่าผู้นี้กลับเป็นปู่ของอากุ่ย!
จากนั้นชายชราลึกลับคล้ายสูญเสียความสนใจจะเอ่ยวาจาสืบต่อ“ไปกันเถอะ เรื่องอื่น ๆ ไว้ค่อยสนทนาระหว่างทาง”
รอจนพวกจั่วม่อจัดเก็บสัมภาระเสร็จสิ้น เริ่มมุ่งหน้าออกจากเมืองปู้โจว ค่อยพบเห็นเงาร่างถือกระบี่ผู้เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นละอองสายหนึ่งปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าไม่ไกลออกไปนัก
จั่วม่อลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง
เป็นศิษย์พี่ใหญ่!
เหวยเสิ้งถือกระบี่คู่ใจ ตรงเข้าสมทบพร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง
เหลียงเวยสีหน้าดำทะมึน
ตรงหน้ามันเป็นคำสั่งพักงานและตักเตือนให้มันไตร่ตรองถึงพฤติการณ์ของตน ต้นเหตุของเรื่องนี้รวบรัดยิ่ง เริ่มจากที่มันจับกุมหน่วยสายสืบของคุนหลุนได้คนหนึ่ง และจัดการสอบสวนลากดึงข่าวสารที่มีค่ายิ่งออกมาชิ้นหนึ่ง คุนหลุนกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการกลืนกินวัดเสวียนคง
โดยปราศจากการสู้รบ เหลียงเวยในกองกำลังอันสือผ่านวันเหมือนเป็นปี แม่ทัพใหญ่อันสือไม่พึงพอใจกับความรุ่มร้อนของมัน สั่งย้ายมันไปรับตำแหน่งลอยที่ไม่มีอำนาจในมือ หากมิใช่ว่าครั้งสุดท้ายเหลียงเวยมีประวัติการสู้รบเกริกไกร เกรงว่ามันคงถูกเตะออกจากกองทัพไปแต่แรก
เหลียงเวยมิอาจทนให้วันคืนสูญเปล่าไปเฉยๆ ดังนั้นนำคนของตนจำนวนหนึ่งลอบเร้นกายไปยังแนวรบตามลำพัง กระทำตนเป็นหน่วยสายสืบเสียเอง แน่นอนว่าความลับไม่มีในโลก โดยเฉพาะเมื่อมันเสนอ
แผนการโจ