มตีต่อแม่ทัพใหญ่อันสือ โดยใช้ข่าวสารที่รวบรวมมาได้จากการฝืนวินัยกองทัพลอบไปยังแนวหน้า คราครั้งนี้เพลิงโทสะของแม่ทัพใหญ่อันสือย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้
ดังนั้นคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง และให้ทบทวนตัวเองจึงมากางหราอยู่เบื้องหน้ามัน
ภายใต้อารมณ์สลดหดหู่ เหลียงเวยฝังตัวเองเข้าสู่คุกสิบนิ้ว ปรารถนาจะระบายความคับข้องใจผ่านทางหมากรุกสงคราม อาศัยฝีมือระดับมันย่อมต้องชนะศึกหมากรุกสงครามโดยไร้ผู้ต้านติด
แต่ในไม่ช้า มันพบว่ามันกำลังเบื่อหน่ายรำคาญ
พาตัวออกมาจากหมากรุกสงคราม มันเตร็ดเตร่ไม่รู้ทิศทาง จิตใจมึนงงสับสน แต่แล้วทันใดนั้นกลับพบพานคนคุ้นหน้า กลายเป็นคึกคักขึ้นมาบ้าง “อาเซียว!”
คนผู้นั้นซึ่งมีท่าทีรีบเร่งพลันชะงักเท้าลงทันควัน รอจนหันมาเห็นเหลียงเวย บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ “เวยเวย! ไม่ได้พบกันนานแล้ว ฮะ เจ้ามิใช่ว่าประจำการอยู่ที่แนวหน้ารึ ไฉนมีเวลามาเที่ยวเล่นในคุกสิบนิ้วได้
เหลียงเวยพอฟังชื่อเล่น ‘เวยเวย‘ ซึ่งค่อนไปทางอิสตรี ต้องอับจนปัญญาอยู่บ้าง แต่ในใจอุ่นวาบขึ้นเล็กน้อย อาเซียวเป็นสหายสนิทของมันตั้งแต่ยังอยู่ในตำหนักศาสตร์อสูร ทว่าไม่เหมือนกับมันซึ่งเจริญก้าวหน้าในกองทัพ อาเซียวไม่มีฝีมือมากพอที่จะเข้าสู่กองทัพ
“อย่าได้เอ่ยถึงแล้ว ข้ากระทำผิดวินัยทัพ ได้รับคำสั่งปลดออกจากหน้าที่ ให้ทบทวนตัวเองอยู่ที่บ้าน” เหลียงเวยกล่าวเสียงราบเรียบ แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ
อาเซียวสีหน้าประห