งเพียงนี้กระทั่งจั่วม่อผู้มีจิตสำนึกกล้าแข็งยังแทบไม่อาจทนทานรับได้
ฉากเหตุการณ์ที่พร่ามัว สุ้มเสียงเอะอะวุ่นวาย ราวกับว่าจะล่องลอยห่างออกไป
โลกของจั่วม่อกลับกลายเป็นสงัดงันลงอีกครา
ซ่อนตัวอยู่ในมุมที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เด็กชายตัวสั่นสะท้าน
“เราต้องได้ตัวมันอย่างแน่นอน!” ผ่านอีกฟากหนึ่งของกำแพงชำรุดทรุดโทรม เด็กชายสามารถได้ยินความดุร้ายในสุ้มเสียงของบุรุษนั้นอย่างชัดเจน
“เป็นความจริง?” เสียงหัวร่อเบา ๆ ของสตรีนางหนึ่งดังตอบโต้ “คุนหลุนช่างสมกับเป็นคุนหลุนโดยแท้ ท่วงท่าโอ่อ่าอาจหาญกระไรปานนี้ จุ๊จุ๊ช่างแตกต่างกับผู้อื่นนัก! แต่ในยามที่นางเฒ่านั้นยังไม่ตาย ไฉนไม่ได้ยินว่าคุนหลุนวางท่าเขื่องโขถึงเพียงนี้?”
“ฮึ่ม! ไปของเจ้า! ทนดูสีหน้าจอมปลอมของพวกเจ้าวัดเสวียนคง ข้าขุ่นข้องรำคาญเหลือทนแล้ว!” บุรุษนั้นร้องตวาดอย่างดูแคลน
“อา ช่างทำร้ายจิตใจข้านัก ข้าไม่ได้มากวนใจเจ้า แต่คิดร่วมมือกันต่างหาก ลองไตร่ตรองดูเถอะ หากของสิ่งนั้นตกอยู่ในมือเทียนหวนหรือซีเซวียนเล่า… …” สตรีแสร้งรำพันอย่างเจ็บปวดใจ
“ไม่จำเป็น” บุรุษกล่าวอย่างทระนงถือดี “พวกเราคุนหลุน ไม่เคยต้องร่วมมือกับผู้ใด!”
“ไม่ต้องเปลืองเรี่ยวแรงแล้ว ของสิ่งนี้ไม่อาจใช้การได้ อาคมหวงห้ามชั้นนอกนั้นไม่อาจทำลายได้”
“มารดามันเถอะ! ลงทุนลงแรงมากมายถึงเพียงนี้ เพียงเพื่อเศษเหล็กที่ใช้การไม่ได้กองหนึ่งหรือ?”
“พวกมันอาจค้นพบบางสิ่ง จะอย่างไร