ซี่ยวม่อเกอก่อตั้งอาคมหวงห้ามขบวนใหญ่ ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงกำลังอย่างมากมายเป็นแน่ ที่น่าเป็นห่วงอยู่บ้างมีเพียงหญิงรับใช้อัปลักษณ์ของมันผู้เดียว”
เทพปิศาจแรดรับฟังอย่างเงียบงัน สีหน้าสงบเยือกเย็น
“อย่าได้ออมแรง” ผู้นำเทพปิศาจสายตาไม่เคยคลาดคลาจากเนินสุสานภูตแม้แต่ชั่วแวบ “ศึกคราวนี้จะเป็นเครื่องกำหนดอนาคตของวิหารเทพปิศาจเรา หากประสบความสำเร็จ ก็ไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูรอีก!”
“เข้าใจแล้ว” เทพปิศาจแรดกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ลงมือในบัดดล!” วาจายังไม่ทันจะสิ้นสุด ร่างของผู้นำเทพปิศาจพลันหายวับไปก่อน
เทพปิศาจแรดร่างพร่าเลือนวูบ จากนั้นปรากฏขึ้นในเบื้องสูงเหนือชายขอบของเนินสุสานภูตอย่างเงียบเชียบ
มันสูดลมหายใจลึก พลังเทพทั่วร่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันทราบว่าทันทีที่ลงมือจู่โจม ตัวตนของมันจะถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้คนทั้งหมดทันที
เกียรติยศอัปยศล้วนขึ้นอยู่กับกระบวนท่านี้!
มันขจัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งมวลออกจากใจ วาดหมัดขึ้นอย่างเชื่องช้าสองตาถลึงจนกลมกว้าง
ตูม!
พลังสภาวะอันน่าแตกตื่นสะท้านโลกระเบิดวาบดุจภูเขาไฟปะทุ ไม่ปกปิดซ่อนเร้นอีกต่อไป!
มันเจิดจ้าดุจดวงตะวันฉายแสง!
สภาวะพลังเทพอันกล้าแกร่งเกรียงไกรดุจพายุหมุนหอบใหญ่ กวาดซัดไปทั่วเนินสุสานภูตในรัศมีหนึ่งร้อยลี้ พลังกดดันที่ชวนให้ผู้คนหายใจไม่ออกประหนึ่งเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของสัตว์ร้ายจากยุคบรรพกาล เหล่าปิศาจที่มีพลังยุทธ์พ