พิศชิงฮวาเสวี่ย ดวงตาคู่งามทอประกายวูบ “เจ้าคือชิงฮวาเสวี่ยกระมัง?”
“ชิงฮวาเสวี่ยคารวะผู้อาวุโสหมิง” ชิงฮวาเยวี่ยย่อกายคารวะเล็กน้อย
“ตระกูลชิงฮวามีตาแต่ไร้แวว ช่างน่าเสียดายนัก” หมิงเยวี่ยเยี่ยทอดถอนเบา ๆ ก่อนจะเพ่งมองชิงฮวาเสวี่ยอย่างจริงจัง “ข้าพอดีไม่มีผู้ช่วยข้างกาย หากเจ้ายินดีต่อไปก็ติดตามข้าเถอะ”
ชิงฮวาเสวี่ยกล่าวอย่างเยือกเย็น “ผู้อาวุโส รบกวนให้ท่านกังวลสนใจชิงฮวาเสวี่ยซาบซึ้งใจนัก แต่ผู้น้อยความสามารถต่าต้อย ไม่อาจรับหน้าที่ยิ่งใหญ่นี้”
“ฮึ่ม! ช่างไม่รู้จักดีชั่ว!” ผู้อาวุโสที่เย่อหยิ่งถือดีผู้หนึ่งคำรามมาจากทางด้านข้างของหมิงเยวี่ยเยี่ย “ไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลชิงฮวาละเลยเจ้าสมควรแล้ว!”
ชิงฮวาเสวี่ยเพียงแย้มยิ้มจาง ๆ ราวกับว่านางไม่ได้ยินก็มิปาน
ทันใดนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งพุ่งวาบขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ผู้อาวุโสนั้นรู้สึกสายตาพร่าเลือนวูบ บางสิ่งจู่ ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้ามันอย่างฉับพลัน อารามแตกตื่นลนลาน ต้องร้องตวาดอย่างเดือดดาล“บังอาจ!”
บุรุษชราผมเผ้าลุกโชนด้วยความพิโรธโกรธกริ้ว มือขวาประกบเป็นท่าดรรชนี ลำแสงสีเขียวหลายสายพวยพุ่งออกมาอย่างเกรี้ยวกราด! ในเวลาเดียวกัน ชั้นลำแสงคล้ายกระจกแก้วสีเขียววาบขึ้น ป้องกันอยู่เบื้องหน้ามัน
ปัง!
ลำแสงสีเขียวพอกระทบถูกเงาร่างสายนั้น พลันแตกกระจายสาดกระเซ็นไปทุกทิศทาง
บุรุษชราสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ในขณะที่คิดตอบโต้อีกหลายกระบวนท่า เงาร่างน