ั้นกลับหายวับไปต่อหน้าต่อตา มันอดตะลึงลานไม่ได้ชั่วพริบตาต่อมา เงาร่างนั้นพลันปรากฏออกมาจากอากาศธาตุ แทบประชิดกับม่านแสงสีเขียวที่ป้องกันตัวมัน
สุดที่มันจะตอบโต้ได้ทัน ได้แต่เบิกตามองเงาร่างนั้นพุ่งชนใส่โล่แสงของตนอย่างหักโหม
ปัง!
เสียงแตกร้าวดังถนัดชัดเจนดุจสายฟ้าคำรนกรอกหู พลังหนักหน่วงปานขุนเขาขุมหนึ่งกระแทกใส่มันอย่างรุนแรง ร่างปลิวลิ่วไปหลายสิบจั้งดุจว่าวสายป่านขาด!
เห็นเขิงเหลียนเอ๋อร์รั้งฝ่ามือกลับ สะบัดชายแขนเสื้อปิดคลุมไว้ดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงกล่าวเสียงราบเรียบ “ท่านปรมาจารย์กำลังปิดด่านกักตน ทุกท่านเบาเสียงกว่านี้”
ไคว่อานเบิกตาโปนโต ใบหน้าทอแววเหลือเชื่อ!
นางถึงกับพุ่งเข้าโจมผู้อาวุโสของเผ่าอสูรอย่างไม่ลังเล… …
ชิงฮวาเสวี่ยงงงันอยู่บ้าง แต่สีหน้าของนางยังคงสงบราบเรียบดังเดิมจิตใจไม่บังเกิดระลอกอันใด
เป็นความเงียบเสมือนตาย!
“พลังเทพ!” ผู้อาวุโสเผ่าอสูรอีกคนหนึ่งสุ้มเสียงแหบลึก จ้องมองเขิงเหลียนเอ๋อร์ตาเขม็ง “ใต้หล้ามีคำเล่าลือว่าคุณหนูเขิงฝึกปรือพลังเทพจันทราซึ่งลี้ลับสุดจะหยั่งคำนวณ วันนี้นับว่าช่วยให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย แต่เป็นที่เหนือความคาดหมายของข้านัก คุณหนูเขิงไฉนคล้ายตั้งตัวเป็นศัตรูกับเราตั้งแต่ต้น”
เขิงเหลียนเอ๋อร์แย้มยิ้มเบิกบานปานบุปผา “หรือว่าพวกเจ้าตั้งใจจะมาดื่มชา?”
ผู้อาวุโสเผ่าอสูรสะอึกอึ้งไปทันที ไคว่อานคล้ายเพิ่งสะท้านตื่นจากฝัน สีห