นเอ่ยอย่างเย็นชา
จั่วม่อผงกศีรษะรับรู้ ไม่กล่าวอันใดอีก คนทั้งกลุ่มหันไปจดจ่ออยู่กับการเร่งรุดเดินทาง
แต่ต่อให้ไคว่อานไม่บอก จั่วม่อก็ทราบแน่แก่ใจว่าพวกมันมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว สถานที่แห่งนี้เปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานหยินหนาแน่นเข้มข้นจนรู้สึกได้แต่ไกล จั่วม่อแปลกใจไม่น้อย พลังหยินที่หนักข้นถึงเพียงนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มันยังรู้สึกถึงพลังแห่งความตายอันเข้มข้นที่ผสมรวมอยู่ภายใน
มันอดถามไม่ได้ “สถานที่นี้มีความเป็นมาอย่างไร?”
“ว่ากันว่าในยุคบรรพกาล เกิดศึกใหญ่ระหว่างชนเผ่านับสิบขึ้นในบริเวณนี้ ผู้เข้มแข็งนับไม่ถ้วนฝังร่างกับพื้นพสุธา วิญญาณแค้นของพวกมันยากจะสลายหายไป กลับกลายเป็นภูตหยินวิญญาณร้ายอันน่าสะพรึงกลัว ทว่านี่เป็นเพียงเรื่องที่เล่าลือกันมา หาได้มีหลักฐานยืนยันอันใดไม่” ไคว่อานบอกเล่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
จั่วม่อก้มลงเพ่งพิศอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นกล่าวราวรำพึงกับตัวเอง “ดูท่าจะไม่ใช่เพียงเรื่องที่เล่าลือกันมาเสียแล้ว”
ไคว่อานดวงตาทอประกายวูบ
ทว่าจั่วม่อไม่ได้มองดูไคว่อาน สายตาของมันกวาดมองสำรวจไปทั่วเนินสุสานภูต สถานที่แห่งนี้ตอบสนองความต้องการของมันทุกประการ มีภูเขา มีแม่น้า อีกทั้งในอากาศยังเจือด้วยกลิ่นกำมะถัน ซึ่งหมายความว่าที่แห่งนี้เพียบพร้อมด้วยเพลิงพิภพด้วย มิหนำซ้าแม่น้าหยินที่นี่ยังผ่านการกัดกร่อนด้วยพลังงานหยินมานานจนนับปีไม่ถ้วน กลับกลายเป็นแม่น้าพลังงานหยินที