จเหล่านั้นอย่างฉับพลัน สายฟ้าระเบิดวาบ เหล่าปิศาจที่เคยลอยอยู่ที่นั่นไม่หลงเหลือแม้แต่เส้นผมสักเส้น ชนชาวปิศาจอื่น ๆ หน้าเปลี่ยนสี ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้คู่ต่อสู้ทั้งสองอีก!
จิ้นหยานกับหัวซานเฝ้ามองอาจารย์อาเหลยอี้อย่างตื่นเต้นเร้าใจพวกมันแม้ทราบแน่แก่ใจว่าอาจารย์อาเหลยอี้พลังฝีมือลึกล้าสุดหยั่งคำนวณ แต่เมื่อได้ประจักษ์ด้วยสายตาตัวเอง ยังคงตื่นตาตื่นใจอย่างที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย
เหลยอี้ประดุจเทพอัสนีเสด็จลงสู่โลกหล้า สายตาเย็นชาจ้องมองอย่างไร้อารมณ์ มันประกบนิ้วชี้กับนิ้วกลางเข้าหากัน จี้ตรงไปข้างหน้าถลึงตากลมกว้าง ตวาดกึกก้องดุดัน “ตาย!”
ทันใดนั้น กระบี่กิ่งก้านอัสนีสวรรค์ที่อยู่ภายในกลุ่มก้อนพลังสายฟ้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าที่หยาบหนาเป็นพิเศษสายหนึ่ง พกพาพลังสภาวะที่ไม่อาจต่อต้านแข็งขืนพุ่งทะยานเข้าหาเหวยเสิ้งอย่างหักโหม!
สายฟ้าลำนี้ราวกับกระบี่สีเงินขนาดมหึมาเล่มหนึ่ง ผ่าแยกท้องนภาด้วยพลานุภาพสะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
ลำแสงสีเงินเจิดจ้าบาดตาส่องสว่างทั่วฟากฟ้าพื้นปฐพี สะท้อนอยู่ภายในดวงตาหวาดสะพรึงนับไม่ถ้วน พลังแห่งฟ้าดินอันยิ่งใหญ่ไพศาลขู่ขวัญทุกผู้คนจนตะลึงลาน
ท่ากระบี่นี้เปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจแห่งอัสนีบาตฟาดทลาย!
ผู้คนไม่อาจแยกแยะว่านี่เป็นเจตจำนงกระบี่หรือสายฟ้าจากสวรรค์กันแน่
แต่ภายใต้สายฟ้าสีเงินขาวพราวพร่างเป็นแผ่นผืนนี้เอง ม่านโลหิตผืนหนึ่งแผ่ขยายอย่างแช่มช้า ทว่าหนักแน่นมั่นค