ที่นิ่งเงียบมาโดยตลอด พลันเอ่ยปากเป็นเชิงปราม “ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้ามีภาระหน้าที่อื่น มันยากลำบากกว่าพวกเจ้ามาก”
สองศิษย์พี่น้องสงบปากสงบคำลงทันควัน ชายวัยกลางคนเคราครึ้มคืออาจารย์อาเหลยอี้ของพวกมัน อาจารย์อาเหลยอี้อยู่ห่างจากด่านฝ่านซูเพียงก้าวเดียว หากมิใช่ว่าภารกิจครั้งนี้มีความสำคัญมากเกินไป ทางสำนักต้องไม่อาจหักใจส่งอาจารย์อาเหลยอี้ออกมาเป็นแน่
จิ้นหยานและหัวซานแม้มีพลังฝึกปรือด่านหยวนอิงเช่นกัน แต่อาจารย์เหลยอี้แข็งแกร่งกว่าพวกมันหลายเท่าตัว
“สำคัญยิ่งกว่าภารกิจของเราครั้งนี้อีกหรือ?” หัวซานอดถามไม่ได้
จิ้นหยานเองก็สงสัยใคร่รู้เช่นกัน มันทราบว่าเพื่อภารกิจครั้งนี้ ทางสำนักถึงกับส่งอาจารย์อาด่านฝ่านซูสองคนและอาจารย์อาที่อยู่ในด่านครึ่งก้าวสู่ฝ่านซูอีกเจ็ดคนออกมา หรือว่าภารกิจของศิษย์พี่ใหญ่ยังจะสำคัญกว่านี้อีก?
อย่างไรก็ตาม การล่มสลายของขบวนผู้อาวุโสวัดเสวียนคงเป็นตัวอย่างอันดีที่ช่วยเตือนใจคุนหลุน พวกมันไม่กล้าประมาทเลินเล่อต่อภารกิจครั้งนี้แม้แต่น้อย
เหลยอี้เหลือบมองนางแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเย็นชา “เจ้าหลงลืมกฎของสำนักไปเสียแล้วหรือ? สิ่งใดที่เจ้าสมควรถาม สิ่งใดไม่อาจถาม เจ้าไม่รู้รึ?”
หัวซานหน้าเผือดสีในทันที ร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
จิ้นหยานที่ด้านข้างพลอยอกสั่นขวัญแขวนเช่นกัน
ทันใดนั้นเอง เหลยอี้ถลึงตากลมกว้าง “สหายอย่าได้หลบ ๆ ซ่อน ๆแล้ว เสนอหน้าออกมาเถอะ”
เหวยเสิ้งในม