้าโครงของค่ายกลชุดนี้ นามของมันสมควรให้เจ้าเป็นผู้ตั้ง” มีคนตะโกนออกมาจากกลุ่มคน เรียกเสียงหัวร่อดังกระหึ่ม เจ้าลิงหมิงมีชื่อจริงว่าหมิงกวนซาน แต่ด้วยเหตุที่มันทั้งเตี้ยเล็กและผอมแห้ง เหล่าสหายพากันเรียกหามันเป็นเจ้าลิงหมิง ทั้งมันเองก็มิได้เห็นค้าน คล้ายจะพึงพอใจอยู่หน่อย ๆ เสียด้วยซ้า
เจ้าลิงหมิงใบหน้าแดงก่า กระมิดกระเมี้ยนลุกขึ้นยืนกล่าว “นี่เป็นทุกคนช่วยกันต่างหาก… …”
“โฮ่ หมิงเกอเอ๋อร์ (พี่น้องหมิง,เจ้าหนูหมิง) ของพวกเราคิดปฏิเสธความรับผิดชอบแล้ว ขอเพียงเจ้าไม่เรียกมันว่าค่ายกลหมิงเกอ (ลูกพี่หมิง)ก็ประเสริฐมากแล้ว… …” สหายอีกคนกระเซ้าเย้าแหย่ เรียกเสียงหัวร่อครืนใหญ่
กระทั่งปรมาจารย์จี๋เหว่ยยังกลั้นหัวร่อกึก ๆ “ค่ายกลชุดนี้เป็นเจ้าคิดริเริ่ม สมควรให้เจ้าเป็นคนตั้งชื่อ อย่าได้พิรี้พิไรแล้ว”
จากนั้นมีคนร้องเตือนว่า “แต่ต้องให้ฟังดูห้าวหาญเกรียงไกรข่มขวัญผู้คน!”
เจ้าลิงหมิงไม่ปฏิเสธอีก มันเอียงคอครุ่นคิดอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะกล่าวอย่างขวยเขิน “เช่นนั้นให้มันเรียกว่า ‘สวนสวรรค์จักรพรรดิต้องห้าม’ เป็นอย่างไร?”
‘สวนสวรรค์จักรพรรดิต้องห้าม!’
นี่คือต้นกำเนิดของมหาค่ายกลที่จะสั่นสะเทือนโลกหล้าอีกครั้ง!
“เป็นอย่างไร? หลายวันมานี้สำราญใจดีหรือไม่?” ฟงซิ่นจื่อเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไมตรีจิต
ชิงฮวาเสวี่ยย่อกายคารวะเล็กน้อย “ขอบคุณต้าเหรินส่งเสริม!”
ฟงซิ่นจื่อมองดูชิงฮวาเสวี่ยผู้สงบเยือกเย็น