ในดวงตาอดไม่ได้ต้องทอประกายนิยมชมชื่นวูบหนึ่ง ช่างเป็นสตรีที่ซุกงำความรู้สึก รักษาความเยือกเย็นได้อย่างยอดเยี่ยมนัก
แต่สตรีประเภทนี้เองที่มักจะรับมือได้ยากที่สุด ฟงซิ่นจื่อลอบฝืนยิ้มเจื่อนขม
“หลังจากนี้ชั่วระยะหนึ่ง สภาผู้อาวุโสจะส่งคนมา เจ้าทราบหรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?” ฟงซิ่นจื่อหยั่งเชิง
“อาภรณ์ทูตสวรรค์” ชิงฮวาเสวี่ยย่อมไม่โง่งม นางยังรั้งอยู่ข้างกายจั่วม่อ ล่วงรู้สถานการณ์โดยคร่าว ๆ
“ถูกแล้ว” ฟงซิ่นจื่อสูดหายใจลึก มันตกลงใจบอกกล่าวตามตรง“อาภรณ์ทูตสวรรค์นับเป็นยุทธภัณฑ์เทพเทียม ในยุคสมัยปัจจุบันจวบกระทั่งถึงบัดนี้ ของสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งแรกที่ใกล้เคียงกับยุทธภัณฑ์เทพมากที่สุด มีความสำคัญต่อเราเป็นอย่างยิ่ง”
มองดูชิงฮวาเสวี่ยผู้ที่เพียงแค่ยิ้มน้อย ๆ ไม่มีปฏิกิริยาใด ฟงซิ่นจื่อชักรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมา
“ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถช่วยเหลือพวกเรา หากเจ้าช่วยให้เราประสบผลสำเร็จที่ต้องการ ตระกูลชิงฮวาจะได้รับการยกย่อง มีศักดิ์ฐานะสูงขึ้นกว่าเดิมในเผ่าอสูรเรา อีกทั้งพี่ชายของเจ้ายังจะได้รับเคล็ดวิชาศาสตร์อสูรที่มันฝึกปรือฉบับสมบูรณ์” ฟงซิ่นจื่อกล่าว
ชิงฮวาเสวี่ยแย้มยิ้มน้อย ๆ “เกอเกอของข้าความสามารถจำกัด ต่อให้ได้รับเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์ก็ไม่แน่ว่าจะก้าวหน้าไปมากกว่านี้ ด้วยนิสัยใจคอของมัน อยู่อย่างสงบใช้ชีวิตธรรมดาสามัญเช่นนี้อาจดีพร้อมสำหรับมันมากที่สุด ส่วนทางด้านตระกูลชิงฮวา ตระกู