ลของข้าเป็นตระกูลสาขาไม่เคยละเลยภาระหน้าที่ที่มีต่อตระกูลหลัก แต่ข้าเคยได้ยินประโยคหนึ่งอำนาจที่ครอบครองย่อมมาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่เสมอกัน”
ฟงซิ่นจื่อยิ่งมายิ่งนิยมชมชื่นแม่นางน้อยผู้นี้
“มิผิด อำนาจและภาระรับผิดชอบสมควรเท่าเทียมกัน เช่นนั้นก็ปล่อยให้คนของตระกูลชิงฮวาเป็นกังวลของพวกมันต่อไปเถอะ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยข้าหวังว่าหากไม่เป็นอันตรายต่อปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ เจ้าจะสามารถช่วยอำนายความสะดวกให้แก่พวกเราได้บ้าง”
ชิงฮวาเสวี่ยย่อกายคารวะอีกรอบ กล่าวว่า “ขอบคุณต้าเหรินที่เข้าใจ”
“ระวังความปลอดภัยของเจ้าเป็นอันดับแรก อีกไม่นานเกรงว่าจะวุ่นวายมากแล้ว” ฟงซิ่นจื่อเตือนอย่างจริงจัง
ชิงฮวาเสวี่ยพยักหน้าน้อย ๆ “ทราบแล้ว ข้าต้องกลับไปแล้ว” กล่าวจบคำ นางคารวะอำลาฟงซิ่นจื่อ หมุนตัวเดินเข้าไปด้านใน
เมื่อกลับเข้าไปในตัวตึกชั้นใน ในดวงตาคู่งามค่อยทอแวววิตกกังวลนางล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเซียวอวิ๋นไห่ ทราบว่าหากมันถูกเปิดเผยตัวตน เรื่องราวจะยุ่งยากมากแล้ว
นางมัวแต่ครุ่นคิดอย่างจดจ่อ ไม่ทันได้สังเกตสภาพรอบข้าง รอจนนางค้นพบว่ามีคนอยู่เบื้องหน้านาง ชิงฮวาเสวี่ยคล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นจากฝันเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจเล็กน้อย เห็นเซี่ยวม่อเกอกำลังจ้องมองมาที่นาง
ชิงฮวาเสวี่ยใจเต้นระทึกอย่างน่าประหลาด แต่นางสงบใจลงอย่างรวดเร็ว พลันย่อกายคารวะ เรียกขาน “ต้าเหริน!”
จั่วม่อโบกมือตัดบท ผนึกท่ามุทราก่อตั้