งอาคมหวงห้ามไว้รอบ ๆ ปิดกั้นไม่ให้มีผู้ใดลอบฟัง หลังจากเสร็จสิ้น ในที่สุดค่อยเอ่ยปาก
“ไฮ้ ครั้งนั้นข้าเพียงประมือกับเจ้ารอบเดียว ไม่ต้องไล่ล่าข้ามาเสียไกลถึงเพียงนี้กระมัง”
ชิงฮวาเสวี่ยนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ตระหนักว่าเซียวม่อเกอจดจำนางได้ จึงแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน “ข้าเพียงแค่สงสัยใคร่รู้ในตัวท่าน”
“สงสัยใคร่รู้?” จั่วม่อรู้สึกว่ากล่าวเช่นนี้เท่ากับไม่ได้กล่าว… …ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่ถามอย่างจนปัญญา “เพียงเพราะสงสัยใคร่รู้เจ้าถึงกับแล่นมาถึงแดนปิศาจ?”
“ข้าจะอย่างไรอยู่ว่าง ไม่มีสิ่งใดให้กระทำ” ชิงฮวาเสวี่ยจงใจทำสุ้มเสียงให้ปลอดโปร่ง
จั่วม่อกุมขมับ ทอดถอนสำนึกเสียใจ ด้วยเหตุผลที่ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยายนี้ มันพ่ายแพ้อย่างราบคาบ “หรือเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าทิ้ง?เจ้าไม่รู้หรือว่านี่อันตรายเพียงใด… …”
“ท่านจะทำเช่นนั้นหรือ?”
จั่วม่อสีหน้าแข็งทื่อ ชั่วครู่ให้หลัง มันแค่นเสียงอย่างเย็นชา กล่าวอย่างดุร้ายว่า “บางทีข้าก็ทำ! เจ้าทราบฉายานามของเกอในอดีตหรือไม่?ผู้คนเรียกข้าว่ามือพิฆาตหัตถ์โลหิต คนที่ถูกข้าฆ่าทิ้งแม้ไม่ถึงหมื่น เกรงว่าไม่น้อยกว่าแปดพัน… …”
ชิงฮวาเสวี่ยรับฟังอย่างสงบเสงี่ยม ใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อย ๆ อันเฉิดฉัน ไม่ขัดจังหวะแม้แต่น้อย
เด็กหญิงนี้ใช่สมองผิดปกติหรือไม่? เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อไม่ทราบจะกล่าวอย่างไรต่อ มันสั่นศีรษะอย่างระอา ตกลงใจละวางเรื่องนี้เอาไว้ก่อนจากที