ล่มนี้เรียกได้ว่าถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อศาลาสมบัติหายากของพวกมัน ผู้ซึ่งถูกบีบบังคับให้ต้องทุ่มเดิมพันจนหมดหน้าตัก เป็นศาสตราแห่งแสงที่จะฉีกทะลวงความมืดมนให้แก่พวกมัน!
ทังเฉินเหม่อมองดูลำแสงอันน่าตื่นตาตื่นใจเหล่านั้น หลังจากตื่นตะลึง สีหน้าต้องทอแววซับซ้อน เซียวอวิ๋นไห่ผู้นี้วิเศษเพียงใด ความปั่นป่วนและอึกทึกครึกโครมเบื้องหน้านี้ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ยืนยันอย่างชัดแจ้ง! หากคราครั้งนี้เซียวอวิ๋นไห่หลอมสร้างศาสตรามารปฐพีสำเร็จจริง ๆชื่อเสียงของมันจะมากพอให้มันทะยานขึ้นเป็นหนึ่งในบรรดายอดคนแห่งแดนปิศาจ
เซียวอวิ๋นไห่ถือครองศักยภาพที่เหนือความคาดหมายของทังเฉินไปมาก
ตั้งแต่แรกเริ่มที่มันคิดใช้ปรมาจารย์ศาสตรามารผู้นี้เป็นเหยื่อล่อเซี่ยวม่อเกอก็ไม่เคยลังเลใจแม้แต่ชั่ววูบ แต่ยามนี้มันเริ่มสำนึกเสียใจแล้ว
ฉินหมิงเหลือบมองมันแวบหนึ่ง คล้ายล่วงรู้ว่าทังเฉินกำลังครุ่นคิดอันใด จึงปลอบโยนว่า “แม้ว่าจะเป็นศาสตรามารปฐพีจริง ๆ แล้วจะเป็นไรมันไม่มีคุณค่ามากพออีกแล้ว ในยามนี้พลังเทพต่างหากที่สำคัญที่สุด!”
ทังเฉินได้สติทันที สูดลมหายใจลึก พยักหน้าพลางกล่าว “ถูกของเจ้าพลังเทพสำคัญที่สุด!”
ความลังเลในดวงตามันถูกกวาดหายไป เปลี่ยนเป็นทอแววแน่วแน่มั่นคงอีกครั้ง มันก็เป็นชนชั้นจอมปิศาจด่านไสว้ผู้หนึ่ง จิตใจเข้มแข็งเหนือ
คน มิใช่ว่าจะปั่นป่วนรวนเรได้โดยง่าย มันจ้องเขม็งไปยังบ่อน้าศาสตรามารชั้นสวรรค์ เซียวอวิ๋นไห่ผู