ีจนคู่สนทนาไม่ทันได้สังเกตเห็น“ยุทธภัณฑ์เทพ? ฮ่าฮ่า! เจ้าละเมอเพ้อฝันมากไปแล้ว! เพื่อที่จะฟื้นฟูพลังเทพกลับมา พวกเราไม่ทราบใช้เวลาไปตั้งกี่ปี? ยุคสมัยแห่งพลังเทพ ใครจะรู้ว่าจะมาถึงเมื่อใด สำหรับยุทธภัณฑ์เทพ ผู้ใดเคยพบเห็นมาก่อนบ้าง?หากกระทั่งพบเห็นยังไม่เคยเห็น แล้วจะหลอมสร้างขึ้นมาได้อย่างไรกัน!”
เทพปิศาจหนุ่มพลันกลับสู่ท่วงท่าเกียจคร้านเริงร่าตามปกติ “เช่นนั้นเมื่อถึงเวลา ผู้อาวุโสท่านอย่าได้แย่งชิงกับพวกเราก็แล้วกัน!”
ชายชราลึกลับยิ้มอย่างกลอกกลิ้ง “ไหนเลยจะทำเรื่องโง่เขลาเยี่ยงนั้นได้ เราผู้เฒ่ายังล่วงรู้คุณค่าความหมายของการเก็งกำไร ซื้อในราคาต่าต่อไปจะได้ขายในราคาแพง ข้าจะพลาดได้อย่างไรกัน ถึงตอนนั้นเราผู้เฒ่าจะขายให้แก่ผู้ที่ยอมจ่ายค่าตอบแทนมากที่สุด!”
เทพปิศาจหนุ่มแห่งวิหารเทพปิศาจเริ่มปวดเศียรเวียนเกล้า ตาเฒ่าผู้นี้ไม่ว่าใช้กระบวนท่าใดก็หาได้หวั่นไหวใจไม่ แต่พานมีความเป็นมาลึกลับทั้งยังพลังฝีมือร้ายกาจยิ่ง ร้ายกาจจนเกินไป
แต่แล้วความคิดฟุ้งซ่านวุ่นวายของมัน พลันถูกการเปลี่ยนแปลงอันน่าตระหนกในบ่อน้าศาสตรามารชั้นสวรรค์ดึงดูดความสนใจไปหมดสิ้น
เมื่อวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายถูกโยนลงในบ่อน้า เสาน้าอันเกรี้ยวกราดพลันหยุดหมุนอย่างฉับพลัน
กลุ่มแสงทั้งสิบทันใดนั้นสาดแสงเจิดจรัสดุจดวงตะวันสิบดวงร้อนแรงเสียจนผู้คนไม่อาจจ้องมองตรง ๆ
ภายใต้แสงอันแรงกล้า เสื้อผ้าอาภรณ์ของจั่วม่อหลอมละลายดุจหิมะ