หญ่หลายสิบลี้
ประดุจสัตว์ร้ายซึ่งหมอบเงียบมานาน พอขยับเคลื่อนไหวก็สามารถสำแดงพลังอันเกรี้ยวกราดสุดขั้วให้ผู้คนต้องใจสั่นสะท้าน!
“บางทีอาจไม่เกี่ยวข้องกับเซียวอวิ๋นไห่ก็ได้” จีลี่อวี่อดโต้แย้งไม่ได้แม้ในใจนางเองยังไม่เชื่อคำพูดของตนเองก็ตาม ผู้ใดใช้ให้นางไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อคนผู้นั้นกันเล่า
“ข้ารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายสภาวะชนิดหนึ่ง” ฟงซิ่นจื่อกล่าวเสียงเย็นชาโดยไม่หันกลับมามอง
“กลิ่นอายสภาวะอันใด?” จีลี่อวี่งงงัน
“กลิ่นอายสภาวะของศาสตรามารอันร้ายกาจ! มันกำลังจะถือกำเนิด!” ฟงซิ่นจื่อหลับตาพริ้ม กล่าวราวรำพึงกับตัวเอง
ทว่าในใจมันหาได้สงบเยือกเย็นเท่าที่แสดงออกภายนอกไม่เซียวอวิ๋นไห่วร้างความตื่นตะลึงให้แก่มันมากเกินไปแล้ว!
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง มันกวาดมองชิงฮวาเสวี่ยซึ่งยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกบ่อน้าศาสตรามารด้วยสีหน้าตึงเครียด ฟงซิ่นจื่อบนริมฝีปากปรากฏรอยแย้มยิ้มใคร่ครวญ
ดูเหมือนจะถึงเวลาที่ต้าเหรินต้องไปสนทนากับตระกูลชิงฮวาสักรอบแล้วกระมัง
ทว่าสิ่งที่ประทับอยู่ในใจมันอย่างลึกล้า กลับเป็นท่าร่างลี้ลับดุจเงาภูตพรายของเซียวอวิ๋นไห่เมื่อครู่
ภายในเงามืดบนหน้าผาสูงชันเหนือแม่น้านรกใต้พิภพ เทพปิศาจหนุ่มเงยหน้ามอง กระทั่งหยุดขบเคี้ยวองุ่นเลือดที่โปรดปรานนักหนากล่าวอย่างครุ่นคิดว่า “คราวนี้แม้แต่ข้าเองยังเริ่มเชื่อแล้ว คนผู้นี้อาจสามารถหลอมสร้างศาสตรามารนภาได้จริง ๆ”
“ที่เจ้าสมควรเชื่อมากกว่า คือ