ล้วกัน” เขิงเหลียนเอ๋อร์มุมปากซ่อนยิ้มที่แทบมองไม่เห็น
นางหมุนตัวอย่างเฉิดฉาย กระโปรงยาวสีแดงสดบานสะพรั่ง ก่อนจะทรุดนั่งลงด้วยท่วงท่าสูงสง่าเบื้องหน้าจั่วม่อ
เขิงเหลียนเอ๋อร์ไม่ว่าจะยกมือวางเท้าล้วนสูงส่งสง่างามราวกับว่าเป็นสิ่งที่ติดตัวนางมาตั้งแต่กำเนิด นี่เป็นสิ่งที่ชาวบ้านร้านตลาดอย่างมันไม่อาจลอกเลียนได้ จั่วม่อได้แต่สั่นศีรษะ สลัดความคิดเหลวไหลออกจากใจแล้วถามด้วยความห่วงใยว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?”
“สำเร็จด้วยดี!” เขิงเหลียนเอ๋อร์กล่าวอย่างไม่ถ่อมตัว รอยยิ้มเบิกบานปานบุปผา กระจ่างจ้าถึงเพียงนั้น เฉิดฉันถึงเพียงนั้น “สายเลือดของข้ากลายเป็นสมบูรณ์พร้อม นี่จะส่งผลดีต่อการฝึกฝีมือของข้าในภายภาคหน้า พลังเทพของข้าเพิ่มพูนขึ้นเกือบครึ่ง!”
จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยน สำหรับเผ่าปิศาจ สายเลือดของพวกมันคือหัวใจหลักของพลังอำนาจ ทั้งยังเป็นแหล่งพลังงานทั้งหมดของพวกมันการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แก่นแท้แห่งพลังของตนย่อมสามารถล่อลวงผู้ฝึกฝีมือทั้งมวล พอฟังว่าพลังเทพของนางเพิ่มพูนขึ้นกว่าครึ่ง ทำเอาจั่วม่อถึงกับอ้าปากค้าง
กระทั่งมือขวาของมันซึ่งเปรียบประดุจเสินจิงก้อนน้อย ๆ ที่ไม่มีวันหมดสิ้น หากคิดเพิ่มพูนพลังเทพอีกครึ่งหนึ่งของปริมาณที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยไม่มีประสบการณ์ปาฏิหาริย์อื่นใดเพิ่มเติม เกรงว่าต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
เขิงเหลียนเอ๋อร์แย้มยิ้มน้อย ๆ ดวงตาที่คล้ายเคลือบคลุมด้วยม่านห