นางเป็นสมาชิกในขบวนทูตเผ่าอสูรเจ้าต้องได้รับความยินยอมจากคณะทูต”
“ความยินยอมจากคณะทูต?” จั่วม่อยิ่งมายิ่งรู้สึกว่าเรื่องราวตึงมือกว่าที่คิด ในใจเต็มไปด้วยความสำนึกเสียใจ …ครั้งนั้นภูตผีตนใดดลใจมันมันไฉนประมือกับชิงฮวาเสวี่ยกันหนอ?
“ดูผิวเผินหัวหน้าคณะทูตเผ่าอสูรเป็นจีลี่อวี่ แต่ข้าเข้าใจว่าผู้บัญชาการที่แท้จริงสมควรเป็นฟงซิ่นจื่อ!” ผูเยากล่าวอย่างเคร่งขรึม “เจ้าต้องระวัง คนผู้นี้กลอกกลิ้งเจนจัด พลังฝีมือกล้าแข็งสุดหยั่ง คิดรับมือมันไม่ง่ายนัก”
“เราจะจัดการกับฟงซิ่นจื่อทีหลัง” จั่วม่อเองก็รู้สึกว่าฟงซิ่นจื่อยากจะรับมือ จึงตกลงใจปัดเรื่องนี้ไว้ทางด้านข้างก่อน หันไปถามคำถามที่เร่งด่วนกว่า “ทำอย่างไรจะรั้งนางไว้ข้างกายและควบคุมนางอย่างสมบูรณ์?”
“ให้นางปรนนิบัติรับใช้เจ้า” ผูเยากล่าวอย่างลี้ลับชั่วร้าย
ความคิดนี้…ฟังดูเข้าที… …
มองดูชิงฮวาเสวี่ยที่กำลังเฝ้ารอให้มันกล่าววาจา จั่วม่อสลัดความคิดที่จะขับไล่ไสส่งนางไปให้ไกลแสนไกล สุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นอบอุ่นอ่อนโยน“นับตั้งแต่วันนีให้เจ้าปรนนิบัติรับใช้ข้า คอยดูแลเรื่องราวประจำวันให้แก่ข้า เจ้าถั่วงอกให้รับผิดชอบหน้าที่เกี่ยวกับด้านหลอมสร้างศาสตรามาร”
ชิงฮวาเสวี่ยมุมปากประดับด้วยรอยยิ้มเบิกบานใจ “ขอบคุณท่านปรมาจารย์!”
เจ้าถั่วงอกคารวะจนจรดพื้น “ข้าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่!”
มันต้องรั้งนางไว้ข้างกาย ควบคุมนางให้อยู่หมัด!
จั่วม่อกัดฟันแน่น เตือน