น มันรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที
แต่มันก็ไม่อาจฆ่าปิดปากนางเสียด้วย!
“พวกเจ้าคิดว่าสมควรทำประการใด?” จั่วม่อได้แต่หันไปปรึกษาหารือผูเยากับเว่ย
“เสียสละตัวเองเถอะ เสี่ยวม่อม่อ! รับรองว่าจบปัญหาทุกประการ!”เว่ยยังคงยืนกราน
หากว่าจั่วม่อมีมีดอยู่ในมือ รับรองว่าต้องจ้วงแทงเว่ยอย่างไม่นับ
“อืมม์ อาจั่ว เจ้าต้องคิดหาหนทางรั้งนางไว้ข้างกาย!” ผูเยากล่าวอย่างจริงจัง
“ดูท่าว่าก่อนอื่นสมควรหารือเรื่องปัญหาค่าเช่าดีกว่ากระมัง!” จั่วม่อเค้นเสียงลอดไรฟัน
เว่ยหลบฉากไปทันที ผูเยาสีหน้าแข็งทื่อ แต่จากนั้นมันกล่าวด้วยสุ้มเสียงห่วงกังวลราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ทราบหรือไม่ว่ามีโอกาสสูงมากที่นางจะเปิดเผยตัวตนของเจ้า วิธีรับมือที่ดีที่สุดสำหรับภัยคุกคามเช่นนี้ คือเชือดนางทิ้งเสีย คนตายมิอาจพูดได้อีก แต่ด้วยหลากหลายเหตุผล เจ้าย่อมไม่อาจเชือดนางทิ้งในยามนี้ ดังนั้นได้แต่หาหนทางอื่น นั่นคือรั้งนางไว้
ข้างกายเจ้า ควบคุมนางไว้ไม่ให้ห่างตา นี่จะช่วยลดความเสี่ยงที่ตัวตนของเจ้าจะถูกเปิดเผย!”
นี่… …นี่คล้ายจะมีเหตุผลอยู่บ้าง!
จั่วม่อขบคิด อดยอมรับไม่ได้ว่าวาจาของผูเยาฟังดูสมเหตุสมผลดี
“เช่นนั้นข้าจะรั้งนางไว้ข้างกายได้อย่างไร?” จั่วม่อถาม
ผูเยาขบคิดเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “มีสองวิธี ข้าเห็นว่าแม่นางน้อยผู้นี้มีเจตนาจะมาอยู่ข้างกายเจ้าอยู่แล้ว นี่สมควรไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เจ้ามิอาจเพิกเฉยต่อคณะทูตแห่งเผ่าอสูร