กล้าสุดหยั่งคาดนัก!
‘กรงบุปผาฟ้าคราม’ อันงดงามแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ สะเก็ดพลังงานปลิวเวียนว่อน ชิงฮวาเสวี่ยรั้งพลังศาสตร์อสูรของนางกลับคืน แรดขาน้าเงินหางดาบที่ดุร้ายพลุ่งพล่านกลับกลายเป็นเชื่องเชื่อ พลังสภาวะอันน่าสะพรึงกลัวของเหล่าต้าก็อันตรธานหายไป
เห็นร่างหนึ่งเดินเข้ามาอย่างแช่มช้า ยังจะเป็นใครไปได้นอกจากฟงซิ่นจื่อ
ชิงฮวาเสวี่ยพอพบว่าผู้ที่สอดมือเข้าแทรกเป็นฟงซิ่นจื่อ สีหน้าก็กลับเป็นสงบราบเรียบดังเดิม ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น เพียงก้าวตรงเข้าหาแล้วย่อกายคารวะ “ต้าเหริน”
“ตระกูลชิงฮวาดูท่าประเมินผิดพลาดไปแล้ว” ฟงซิ่นจื่อยิ้มพลางกล่าว “ข้าจำได้ว่าเจ้ามาจากตระกูลสาขาใช่หรือไม่”
“ถูกแล้ว ต้าเหริน” ชิงฮวาเสวี่ยตอบด้วยสีหน้าชืดชา
“ประเสริฐ ประเสริฐ” ฟงซิ่นจื่อผงกศีรษะ จากนั้นกล่าวเสียงเย็นชา“ไม่ว่าเจ้าจะคิดอะไร ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะทูต เจ้าจะต้องใคร่ครวญให้ดี อย่าได้ก่อเรื่องให้แก่ทุกคน”
“ต้าเหรินสั่งสอนถูกต้อง เป็นเสวี่ยหุนหันพลันแล่นไป” ชิงฮวาเสวี่ยยอมรับความผิด
ฟงซิ่นจื่อเห็นสีหน้าท่าทีของนาง ต้องพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นหันไปกล่าวต่อเหล่าต้า “ผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้น้องยังเยาว์วัย ล่วงเกินท่านที่นับถือโดยไม่ตั้งใจ พี่ท่านโปรดอย่าได้ถือสาหาความ!”
เหล่าต้าจ้องมองใบหน้าของฟงซิ่นจื่อด้วยสายตาลึกล้า เห็นเพียงรอยยิ้มอ่อนโยน ไม่มีทีท่าอึดอัดขัดข้องแม้แต่น้อย
จากนั้นมันหมุนตัวจากไป