จารย์เซียวแวบหนึ่ง เห็นปรมาจารย์หนุ่มผู้นั้นใบหน้าสงบราบเรียบ ปราศจากเค้าอึดอัดรำคาญใจ
ซึ่งความจริงเมื่อพบเห็นฉากอันสนิทสนมคุ้นเคยที่เบื้องหน้า จั่วม่อไม่เพียงรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจ แต่ยังตื่นเต้นเร้าใจอยู่บ้าง ความคิดฟุ้งซ่านถูกปัดทิ้งไปหมดสิ้น
ประหนึ่งว่าถูกฉีดด้วยเลือดไก่ก็มิปาน มันสองตาแดงฉาน จิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชนขึ้น
รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงต่อราคา! ต่ออีก! ลดให้อีกหน่อยเถอะ! ต่อราคา ต่อราคา ต่อราคา!
“หนึ่งร้อยแปดสิบม๋อเป้ย? ล้อข้าเล่นหรือไร! แค่สินค้าคุณภาพปานกลาง อ้อ ยังมีตำหนิอีกสามแห่ง คุณภาพเท่านี้เพียงเรียกได้ว่าดีกว่าทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้น เจ้ากล้าเรียกราคาหนึงร้อยแปดสิบม๋อเป้ยเชียวรึ? หนึ่งร้อย? อย่าได้ล้อเล่นแล้ว ของเช่นนี้ข้าให้เจ้ามากที่สุดแปดสิบม๋อเป้ย… …”
“สิบห้าม๋อเป้ย ข้าต้องการหนึ่งร้อยชิ้น เจ้าจะขายหรือไม่? ไม่ขาย? ดี!ไปกันเถอะพวกเรา!”
“ข้าจะไม่กล่าววาจามากความแล้ว เจ้ายังคงมีกำไร อย่านึกว่าข้าไม่ล่วงรู้… …”
หัวหน้าองครักษ์ถึงกับอ้าปากหวอ ปรมาจารย์เซียวเมื่อลงมือต่อราคากลับไร้เทียมทานถึงปานนี้ มันบังเกิดความรู้สึกว่าเรื่องตรงหน้ายากจะเข้าใจมากเกินไป ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่กลับถกเถียงกับผู้อื่นคอเป็นเอ็นเพียงเพื่อม๋อเป้ยไม่กี่ชิ้น นี่ นี่ นี่… …
ชนชั้นปรมาจารย์มิใช่ว่าสมควรนั่งเอกเขนกอยู่ในห้องส่วนตัว ดื่มสุราชั้นเลิศ โอบซ้ายกอดขวา กรีดนิ้วเลือกเฟ้นสมบัติอย่างโอ่อ