จั่วม่อเดิมทีเพียงเหลือบมองโดยไม่ได้ตั้งใจ รอจนดวงตาของมันกวาดผ่านขบวนของซือกงจื้อ สายตาพลันชะงักกึกอยู่ที่สตรีนางหนึ่ง
ไม่ทราบเพราะเหตุใด ในใจของจั่วม่อรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
สตรีนางนี้… …
จั่วม่อกล้าเอาศีรษะเป็นประกันว่ามันไม่เคยพบเห็นสตรีนางนี้มาก่อนอย่างแน่นอน มันไม่อาจอธิบายได้ว่าสิ่งใดในตัวนางที่ชวนให้เคยคุ้นครุ่นคะนึงนัก ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ท่าทีของนาง ลักษณะการพูดจา ท่วงท่ายกมือวางเท้าหรือกลิ่นอายสภาวะ ล้วนไม่มีสิ่งใดให้คุ้นเคยแม้แต่น้อย อีกทั้งจั่วม่อยังมั่นใจเป็นที่สุดว่าไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อน
แต่ความคุ้นเคยอันแปลกประหลาดยังคงติดตามหลอกหลอนในใจมัน ไม่อาจสลัดทิ้งไปได้อีก
ช่างน่าแปลกเสียจริง
จั่วม่อระงับความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ สีหน้ากลับเป็นปกติประสานมือคารวะทักทายกับซือกงจื้อด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ “กงจื้อ ยินดีที่ได้พบ”
ซือกงจื้อแย้มยิ้มตอบ “ระหว่างทางได้ยินว่าท่านปรมาจารย์หลอมสร้างศาสตรามารปฐพีเล่มหนึ่ง ซือใคร่คิดชมดู จึงเร่งรุดเดินทางตลอดทั้ง
วันทั้งคืนโดยไม่ได้พักค้างแรม เมื่อได้พบหน้าปรมาจารย์ ค่อยรู้สึกว่าการลำบากตรากตรำครั้งนี้ไม่สูญเปล่าแล้ว!”
ทังเฉินแสร้งบันดาลโทสะ “ที่แท้หลานชายอันประเสริฐมิได้รุดมาพบหน้าเราผู้เฒ่า เป็นเราผู้เฒ่าหลงสำคัญตัวผิดไปเอง!”
ผู้คนรอบข้างพอฟังต้องหัวร่อครืนใหญ่
ทังเฉินเองก็แย้มยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “เจ้าและท่านปรมาจารย์อายุอานามไล่เลี