พวกมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” ฮวาหรูไห่กล่าวพลางสั่นศีรษะอย่างเศร้าเสียดาย
จีลี่อวี่พลันกล่าว “ฟังว่าท่านปรมาจารย์ยังหนุ่มแน่นยิ่ง หรือว่าอาจารย์ศาสตรามารทั้งหมดล้วนแล้วแต่ยังอายุเยาว์?”
ฮวาหรูไห่ยิ้มพลางกล่าวว่า “ไยมิใช่ ครั้งแรกที่ข้าพบหน้าท่านปรมาจารย์ ยังต้องตะลึงงันไปชั่ววูบ นึกไม่ถึงว่าปรมาจารย์จะมีอายุอานามไม่ต่างไปจากข้าเลย อย่างไรก็ตาม ชนชั้นปรมาจารย์อาจไม่ใช่มนุษย์ปุถุชนเช่นเดียวกันกับพวกเรา”
“นั่นก็ใช่แล้ว” จีลี่อวี่แย้มยิ้มจาง ๆ หันเหสายตาไปยังศาสตรามารที่จัดแสดงอยู่ใจกลางตำหนักอันกว้างขวาง “นั่นคงเป็นหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงที่ว่ากระมัง?”
“อา!” ฮวาหรูไห่หันไปมองหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงด้วยสายตาลุ่มหลงมึนเมายิ่งกว่า รำพึงรำพันว่า “สมบูรณ์แบบ! สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง! ฝีมือหลอมสร้างระดับนี้ข้าไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลย ช่างเลิศล้านัก!”
จีลี่อวี่จ้องมองหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลง กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวทว่าแทบจะไม่มีตัวตนแผ่ซ่านออกมาจากหอก ปกคลุมทั่วทั้งตำหนัก บันดาลให้ผู้คนต้องสยิวกายอย่างหนาวเหน็บเป็นครั้งคราว
“นี่เป็นผลงานชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง” พ่อบ้านใหญ่แห่งศาลาสมบัติหายากทอดถอนชมเชยไม่ขาดปาก
“ขอบคุณท่านมากที่ให้การสนับสนุน!” จั่วม่อประสานมือคารวะอีกฝ่ายอย่างซาบซึ้งใจ ซึ่งความจริงหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงเล่มนี้มันได้ทำการซื้อขายกับศาลาสมบัติหายากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกฝ่ายที่ยินยอมน